มาดูแลตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดีกันก่อนจะต้องไปโรงพยาบาล พืช ผัก ผลไม้ไทยๆ ยาใกล้ตัวที่ช่วยรักษาอาการของโรคได้ |
1.ไขมันในเลือดสูง แทนที่จะหายามากินให้ปวดหัว ตับพัง ก็หากระเทียมสดมากินสักวันละ 10 กลีบกับกินหอมหัวใหญ่สดวันละครึ่งหัว เพราะกระเทียมมีคุณสมบัติในการลดคลอเรสตอรอลในเลือด และหอมใหญ่ก็มีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยลดไขมันในเลือดเช่นกัน ยกเว้นอาหารประเภทเครื่องใน โดยเฉพาะตับ หรืออาหารทะเลบางชนิด |
|
2.ปวดหัว ให้หาผักคะน้าหรือปวยเล้ง ( แมกนีเซียม ) กินวันละ 5 ขีดและกินปลาทูอีกวันละ 2 ตัว ( น้ำมันปลาลดการอักเสบได้ ) หรือจะชงโกโก้กินหน่อยก็ช่วยได้ |
|
3.เป็นหวัด ไอ จามบ่อย ให้หมั่นแปรงลิ้นและกิน กระเทียม หอม พริกให้มากเข้าไว้ ถ้าจะให้ดีเสริมด้วยการกลั้วคอ อาจใช้น้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปากกลั้วคอหลังแปรงฟันทุกวัน จะลดอาการติดเชื่อที่คอ ทำให้ไม่เป็นหวัดค่ะ 4.ภูมิแพ้ แค่กินฝรั่งวันละ 5 ชิ้นกับเมล็ดฟักทองวันละ 1 กำมือ ( สังกะสี ) 5. แพ้ฝุ่นละออง ไรฝุ่น หาโยเกิร์ตแบบรสธรรมชาติและนมเปรี้ยวไม่หวานจัดมากิน 6.โรคหืดหอบ ไอเรื้อรัง กินต้มยำไก่ , กินหัวหอมใหญ่ หอมแดง ต้นหอม |
|
7.ไขข้ออักเสบ หาปลาเนื้อมันกินวันละ 2 ขีด เช่นปลาทู , ปลาสวาย , ปลาแซลม่อน , ปลาซาร ์ดีน , ปลาทูน่าหรือแม้แต่ปลากระป๋อง 8.กระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อย ให้กินน้ำกระเจี๊ยบไม่หวานจัดวันละ 3 มื้อ หรือน้ำแครนเบอรี่ ของฝรั่งในปริมาณเท่ากัน ( เปรี้ยวจัดมาก ) หรือกินผักคึ่นช่ายเป็นประจำ ก็จะช่วยบรรเทาอาการได้ ดื่มน้ำให้มากๆและอย่ากลั้นปัสสาวะนานถ้าไม่จำเป็น |
|  |
9.มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ จากการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่า การรับประทานบร็อคโคลี่อาจจะส่งผลดีช่วยป้องกันหรือลดการลุกลามของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ หัวหน้าทีมวิจัยคุณหมอ Steven Schwartz จากมหาวิทยาลัย Ohio State University เมือง Columbus ได้รายงานผลการศึกษาเบื้องตันจากห้องปฏิบัติการ พบว่า มีสารบางชนิดในบร็อคโคลี่ที่สามารถช่วยชลอการเจริญเติบโตของเซลมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นเซลที่มีแนวโน้มการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามจากการศึกษาก่อนหน้านี้ระบุว่า ทั้งในบร็อคโคลี่และพืชกลุ่มกระหล่ำ จะมีสารบางชนิดที่สามารถช่วยชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ โดยทดลองจากการใช้สารสกัดจากบร็อคโคลี่ใส่ลงไปในหลอดทดลองที่เลี้ยงเซลล์มะเร็งกระเพาะปัสสาวะที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แล้วพบว่ามีการลดลงของการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยสารที่ออกฤทธิ์ในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็งที่มีอยู่ในบร็อคโคลี่ น่าจะเป็นสารกลุ่ม isothiocyanate แนะนำให้กินแบบลวกจะดีกว่าต้มสุกจนเกินไปค่ะ |
| |
10.ท้องอืด แก๊สมาก ให้กินกล้วยหักมุกปิ้งหรือขิงบ่อย ๆ นำต้นและใบสะระแหน่สดมาคั้นน้ำดื่ม ก็ช่วยลดอาการท้องอืดได้ |
| |
11.ท้องผูก ชงน้ำผึ้งดื่มวันละ 3 ช้อนโต๊ะและให้กินน้ำมะขามต้มติดเนื้อมาก เช้า เย็น หรือทานแก้วมังกร ก็ช่วยระบายท้องได้ดี 12.โรคกระเพาะอาหาร หากล้วยหักมุกปิ้งกิน , กินกล้วยหรือกินผักกระหล่ำปลีให้มาก แนะนำให้ทานกะหล่ำปลีสด มีวิตามินC มากถึง 33 มิลลิกรัม/การบริโภค 100 กรัม และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดโอกาสในการเกิดมะเร็งลำไส้ หรือช่องท้องได้ |
| |
13.เวียนหัว คลื่นไส้ง่าย ให้หาอาหารทำจากขิงรับประทาน เช่น ปลาผัดขิง ไก่ผัดขิง , น้ำขิง , ชาขิงหรือเต้าฮวย ยังช่วยขับลม และอาหารที่ปรุงจากขิงสดเป็นส่วนผสมใหญ่ สามารถกระตุ้นการผลิตน้ำนมให้กับแม่ลูกอ่อนที่น้ำนมไม่เพียงพออีกด้วย |
| |
14.วัยทอง วูบวาบ อารมณ์แปรปรวน ให้กินปลาทูน่าให้มากและกินเต้าหู้เหลืองวันละ 1 แผ่น ถ้ากินเต้าหู้แล้วเบื่อให้สลับกับถั่วลิสงวันละ 1 กำมือก็ได้ 15.หงุดหงิดง่าย ให้กินอาหารร่าเริง คือ ข้าวเหนียวดำ ข้าวโพด กลอย กล้วยหอมและปลาทูน่า 16.กระดูกพรุน ให้กินงาดำวันละ 4 ช้อนโต๊ะ ( ได้แคลเซียมมาก ) มะม่วงจิ้มกะปิ และ สับปะรด ซึ่งมีธาตุสมานกระดูดอยู่มาก ( แมงกานีส ) 17.ความจำไม่ดี ให้กินปลาทูวันละ 2 ขีด หอยแครงและหอยนางรมซึ่งมีธาตุสังกะสีช่วยสมองได้ 18.มะเร็งเต้านม ให้กินบร็อคโคลีหรือคะน้าวันละ 5 ขีด แนะนำให้ผู้ป่วยมะเร็งดื่มน้ำผักจิงจูฉ่ายปั่น วันละ 1 แก้ว จะบรรเทาอาการแพร่ของมะเร็งได้ บางรายอาจหายจากมะเร็ง จิงจูฉ่ายเป็นผักที่นิยมใส่กับต้มเลือดหมู เวลาปั่นให้นำต้นและใบล้างให้สะอาด ปั่นโดยใส่น้ำสะอาดเล็กน้อย ให้ดื่มสด จะมีรสฝาด สามารถเติมน้ำผึ้งช่วยให้รสดีขึ้นได้ |
| |
19. มะเร็งปอดทางเดินหายใจ ให้กินเสาวรส ฝรั่ง ส้ม มะนาว มะขามป้อม มะละกอ มะม่วง ให้มาก เพราะวิตามินซีช่วยสมานหลอดเลือดในปอดได้ดี แต่ต้องระวังวิตามินเอโดยเฉพาะผู่ที่ยังสูบบุหรี่อยู่ 20. ท้องเสีย ลำไส้แปรปรวน กินแอปเปิ้ลเขียววันละ 1 - 2 ผล หรือน้ำแอปเปิ้ลเขียวปั่นทั้งกาก จะเป็นการล้างพิษในตัวด้วย 21. เจ็บอก โรคหัวใจ หลอดเลือดตีบ กินปลาทะเล น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน ผลอโวคาโดเพราะเหล่านี้มีไขมันดีไปช่วยขับตะกรันน้ำมันเก่าออก ถ้าชอบดื่มชาให้หาชาเขียวสดมาชงดื่มเองวันละถ้วย 22. ความดันสูง ต้องตัดบุหรี่และอาหารเค็ม ลองหาข้าวโอ๊ตไม่ขัดสีมากินและผักคี่นช่ายสดหรือปั่นก็ได้ จะช่วยคุมความดันให้ดีขึ้น |
| |
23.เบาหวานถามหา ให้เลี่ยงแป้งกับน้ำตาล และ กินผักเขียวจัดอย่างคะน้า บร็อคโคลี ผักโขมให้มาก ถ้าอยากหวานให้กินส้มโอและฝรั่งเพราะมีน้ำตาลอยู่น้อยมาก |
| |
24.คุมกำเนิดด้วยวิธีธรรมชาติ ให้คุณผู้ชายทานคี่นช่ายสด เพียงครั้งละไม่ถึงขีด ก็จะลดปริมาณอสุจิลงถึง 50% เมื่อหยุดทาน ต้องใช้เวลาประมาณ 8-13 สัปดาห์ปริมาณอสุจิจึงขึ้นถึงระดับปกติ |
| |