Homedd.com
About HomeDD FAQ Site Map Contact Us Disclaimer
Add page to Favorites
สมัครสมาชิก ฟรี รับสิทธิพิเศษมากมาย
Home Search
Home Decor
Gardening
Home Financing
Home Services
Do it yourself
Home Magazine
Web board
แนะนำเว็บไซต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับบ้านคุยกับมัณฑนากรMember Zone
Home Magazine นานาสาระเรื่องบ้าน เพื่อคนรักบ้านเช่นคุณ
เกร็ดความรู้คู่บ้าน
  เยี่ยมเรือน เยือนอดีต

สืบสานงานศิลป์


         หากผู้อ่านจะยังคงระลึกถึงความสำคัญของ ปี พ.ศ. 2525 ได้ว่าเป็นปีเฉลิมฉลอง 200 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในช่วงนั้นมีการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตลอดจนพระตำหนักเก่าแก่หลายองค์ที่ชำรุดทรุดโทรมในเขตพระบรมมหาราชวัง โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานฯ หลังการบูรณะสำเร็จลุล่วงแล้ว ยังได้ทรงมีพระดำริไปถึงการฟื้นฟูในเรื่องของจิตใจและการสืบสานมรดกล้ำค่าที่มิได้ปรากฎเป็นวัตถุ

         เสียงจากห้องด้านในของพระตำหนักก่ออิฐฉาบปูนสูง 2 ชั้นครึ่งภายในเขตพระราชฐานชั้นในที่แว่วผ่านหู ทำให้ตื่นจากภวังค์ เพราะแม้ว่ายังสำรวจออมเสียงแต่จำนวนของผู้คนที่ทำกิจกรรมอยู่ภายในส่งให้ความดังนั้นมากกว่าการ "พูดคุยกระซิบกระซาบ" แบบชาววังอยู่มาก

         พระตำหนัก พระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภา พระธิดาในสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ วางตัวอยู่ภายใต้ความร่มครึ้มของพันธุ์ไม้นานาชนิด ภายในอาคารมีความเคลื่อนไหวคึกคักด้วยถูกแบ่งเป็นห้องเรียนย่อย ๆ หลายห้อง ที่ห้องหนึ่งเด็กสาววัย 20 กำลังบรรจงเด็ดกลีบกุหลาบเพื่อร้อยมาลับพวงน้อยที่มากด้วยรายละเอียด ถัดไปอีกห้อง หญิงสาวผู้หนึ่งจดจ่ออยู่กับเส้นไหมหลากสีที่ในไม่ช้าจะแปรเป็นภาพงดงามบนผืนผ้าสีขาวด้วยฝีเข็มประณีตของเธอ ในห้องสุดท้ายเราได้เห็นสาวน้อยหลายคนกำลังปั้นก้อนแป้งสีนวลตาอย่างเบามือ

        โรงเรียนผู้ใหญ่พระตำหนักสวนกุหลาบ หรือเรียกอีกชื่อว่า "วิทยาลัยในวัง" ถือกำเนิดขึ้นตามพระประสงค์ในปี พ.ศ.2529 ทรงเล็งเห็นว่างานฝีมืออันเป็นประณีตศิลป์ของคนไทยส่วนใหญ่จะมีอยู่ในพระบรมมหาราชวังแทบทั้งสิ้น และนับวันมีแต่จะสูญสิ้นไปตามอายุขัยของผู้มีความรู้ความสามารถ

        หากไม่มีการสืบทอดอย่างถูกต้องต่อคนรุ่นหลัง ซึ่งสภาพความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนไปส่งให้การสืบทอดแบบเก่านั้นไม่สามารถกระทำได้ จึงโปรดฯให้สำนักพระราชวัง และกรมการศึกษานอกโรงเรียนกระทรวงศึกษาธิการ ประสานงานกัน เปิดเป็นโรงเรียนสำหรับบุคคลภายนอกเยี่ยงโรงเรียนสามัญทั่วไป และไม่เก็บค่าเล่าเรียน ผู้เข้าศึกษาจะเสียเพียงค่าใช้จ่ายวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกในแต่ละวันเท่านั้น โดยไม่มีการสอบเข้า ไม่ต้องมีพื้นฐานมาก่อน แต่จะต้องมีความตั้งใจซึ่งมีคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์และดูแลอย่างเข้มงวดในส่วนนี้ แบ่งเป็น 2 โรงเรียน คือ วิทยาลัยในวังหญิง และ วิทยาลัยในวังชาย


         เมื่อแรกก่อตั้งวิทยาลัยในวังหญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โปรด ฯ ให้ใช้บริเวณอาคารเรือนห้องเครื่อง สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เป็นสถานที่เรียน ต่อมาจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นทำให้สถานที่คับแคบ จึงโปรดฯ ให้ย้ายมาสู่สถานที่ใหม่ในปี พ.ศ.2532 ยังอาคารพระตำหนักพระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภาฯ พระตำหนักแห่งนี้จึงมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง และทรงความสำคัญยิ่ง ด้วยเป็นเสมือนหนึ่งสะพานเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน มิให้ขาดจากกันไปโดยสิ้นเชิง

         ตามหลักสูตรของวิทยาลัยในวังหญิง เมื่อนักศึกษาเลือกเรียนวิชาหลักหนึ่งในสามแผนก คือ วิชาช่างปักสะดึง วิชาดอกไม้สดประดิษฐ์ วิชาอาหารและขนม ครบตามกำหนดเวลาในชั้นต้นแล้ว จะต้องเลือกเรียนวิชาเลือกอีกหนึ่งวิชาจาก วิชาพับผ้าเช็ดหน้าเป็นรูปตัวสัตว์, การทำบายศรีจากใบตอง, การประดิษฐ์ใบตองในรูปแบบต่าง ๆ , การทำเครื่องหอมไทย เช่น การทำเทียบอบ แป้งร่ำ น้ำอบไทย บุหงา และการประดิษฐ์ดอกไม้แห้ง

         รายละเอียดงานฝีมือที่ถ่ายทอดสู่นักศึกษาเป็นไปตามตำรับชาววังขนานแท้ ซึ่งเป็นส่วนที่มีพระประสงค์ให้อนุรักษ์ไว้ งานบางอย่างรูปลักษณ์ภายนอกเมื่อดูผิดเผินไม่ต่างกับที่เห็นโดยทั่วไปมากนัก แต่หากดูให้ละเอียดจะเห็นความต่างที่อาศัยทั้งความอดทนและใจรักอยู่มาก ไม่ว่าเป็นการทำขนมที่กรรมวิธีซับซ้อนกว่า หรือปักพุ่มดอกไม้ ที่เพียงแค่ได้ฟังก็ออกจะสะท้านถึงความยากเสียแล้ว

         "...การปักพุ่มโดยใช้ดอกบานไม่รู้โรย ข้างนอกเขาจะทำโครงด้วยโฟมหรือดินเป็นรูปพุ่มเลย แต่ในนี้เราทำเป็นแกนดินเหนียวนิดเดียว ปลายเรียว ลักษณะเหมือนเทียน แล้วนำดอกบานไม่รู้โรยมาเสียบกันเปลือกไม้ระกำเหลาเล็ก ๆ แล้วปักโดยวิธีการส่งไม้ไล่จังหวะออกมาให้เป็นทรง ทำลวดลายเข้าไปในตัวเลย ไม่ได้มีการวาดลายเอาไว้ก่อน และจะทนเก็บไว้ได้นาน "

        แต่การเรียนการสอนจะเก่าแก่ก็เพียงสิ่งที่พึงสืบทอดเหล่านี้ ในอีกด้านหนึ่งได้เพิ่มเติมประยุกต์ให้ทันต่อยุคสมัย คือให้เรียนรู้วิธีปฏิบัติแบบที่เรียกว่า "ครบวงจร"

         "อย่างดอกไม้สด เราจะสอนให้เขารู้จักตั้งแต่ธรรมชาติของดอกไม้ การรักษาดอกไม้ การเริ่มต้นร้อย ร้อยอย่างไรให้สวย ร้อยอย่างไรให้เรียบ หรืออย่างอาหาร เราก็ให้เขารู้จักตั้งแต่การเลือกซื้ออาหาร การเก็บรักษา การหั่น การซอย การผัด ต้ม ตุ๋น มีการฝึกขายด้วย โดยขายที่ห้องอาหารในวังด้านตรงข้ามกับวิทยาลัยในวังชาย เราต้องการให้เขาจบออกไปแล้วสามารถประกอบอาชีพได้เลย อย่างถ้าเขามีทุนก็สามารถเปิดร้านอาหารได้ เพราะเราจะให้เขารู้จักตั้งแต่การจัดทำเมนู การจ่ายอาหาร การลงมือทำ การจัด การตักขาย การเก็บล้าง ทำบัญชี เพื่อจะได้รู้ว่าต้นทุนเท่านี้จะขายได้เท่าไร "

         นอกจากผลโดยตรงที่ได้จากการเปิดสอนอย่างเป็นทางการนี้ จะทำให้คนไทยกลุ่มหนึ่งมีอาชีพที่ตนพึงพอใจแล้ว ความภูมิใจที่เขาเหล่านั้นเป็นเสมือนหนึ่งผู้ได้รับคัดเลือกให้สืบทอดวิชาการเก่าแก่ที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ ทำให้หลายคนกระตือรือร้นที่จะนำความรู้ที่ได้รับมาถ่ายทอดสู่คนในครอบครัวอีกทอดหนึ่ง จึงเท่ากับว่าวิทยาลัยในวังมีส่วนกระตุ้นให้เกิดกระแสการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมออกไปในวงกว้างยิ่งขึ้น

         หลังจากที่ วิทยาลัยในวังหญิง ถือกำเนิดขึ้นได้ 3 ปี วิทยาลัยในวังชาย ก็ได้รับการจัดตั้งขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวังด้วยเช่นกัน โดยได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้อาคาร หออุเทศทักษิณา เป็นอาคารเรียนเปิดสอน 5 สาขา คือ วิชาช่างฝีมืองานเขียน วิชาช่างฝีมืองานปั้น วิชาช่างงานแกะสลัก วิชาช่างประดับมุก และวิชาช่างปักจักรอุตสาหกรรม

         ในอนาคตอันใกล้ วิทยาลัยในวังชายมีโครงการขยายตัวสู่ภายนอก โดยกรมการศึกษานอกโรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบดูแลซึ่งจะเปิดเป็นโรงเรียนกาญจนาภิเษก วิทยาลัยในวัง ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน เปิดสอนวิชาช่างประดับมุกก่อน และจะเพิ่มให้ครบจำนวนของช่างสิบหมู่ในที่สุด

         ไม่เพียงผู้สอนเท่านั้นที่สัมผัสได้ถึงความล้ำลึกของวิชาโบราณเหล่านี้ นักเรียนหลายคนเมื่อเรียนจบไปแล้ว ต้องเวียนมาเรียนซ้ำเมื่อเขารู้สึกซาบซึ้งหลงใหลในเสน่ห์อย่าง "พิสดาร" ของผลงานช่างโบราณเขาบอกว่าเวลาตามหลักสูตรเพียงปีเดียว เขาเพิ่งได้ "แค่เพียงผงธุลี" ของสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่รู้ว่าตลอดชีวิตนี้จะร่ำเรียนวิชาเหล่านี้ได้หมดสิ้นหรือไม่และสิ่งที่อยู่ในสำนึกของทั้งหญิงชายในวิทยาลัยทั้งสองมิได้ต่างกัน นั่นคือความรับผิดชอบที่มีต่อการเรียนที่ไม่มีใครบังคับตลอดการเรียนการสอน รวมทั้งากรให้ความเคารพต่อสถานที่ที่เป็นถึงพระตำหนักในพระบรมมหาราชวัง สถานที่ซึ่งแต่ก่อนสามัญชนน้อยคนนักจะได้เหยียบย่างเข้ามา และสุดท่านคือการได้รับประกาศนียบัตรจากพระหัตถ์องค์อุปถัมภ์ผู้ให้กำเนิดวิทยาลัยทั้งสองนี้เมื่อจบการศึกษา

         ฝนขายเม็ดสนิท ทิ้งร่องรอยหยาดน้ำไว้ทั่วทั้งบริเวณ กลีบลั่นทมเก่าบนพื้นหมองคล้ำเพราะร่วงโรยจากต้นมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว หากแต่ลำต้นที่ยืนอยู่นั้นเต็มไปด้วยยอดอ่อนที่กำลังแทงทะลุออกสู่ความมีชีวิตภายนอกเมื่อได้รับฝนเต็มที่ในฤดูนี้


(คลิกที่ภาพเพื่อดูรายละเอียด)

 
       
 
 



  ค้นหาเรื่องที่คุณต้องการ

กรุณาระบุคำที่ต้องการค้นหา  
ค้นหา




เรื่องเด่น
"เคล็ด(ไม่)ลับ"
พบวิธีการง่ายๆ ที่คุณเองก็อาจไม่นึกมาก่อน กับเคล็ด(ไม่)ลับ ที่อ่านสนุก ทำได้เองด้วยนะคะ
More..

เกร็ดความรู้เรื่องบ้าน

Gardening

Home Decor

Homepage
New HomesHome BuildersCondominiumsHome Classified
Home RentalsHome DecorGardeningHome Financing
Home ServicesDo It YourselfHome MagazineWeb board
About HomeDDFAQSite MapContact UsDisclaimer
Best viewed with 800x600 screen resolution on an Internet Explorer 5.5 or higher
ติชมแสดงความคิดเห็น : info@homedd.com
Copyright © 2000 Land & Houses Public Company Limited. All right reserved.