สืบสานงานศิลป์
|
หากผู้อ่านจะยังคงระลึกถึงความสำคัญของ
ปี พ.ศ. 2525 ได้ว่าเป็นปีเฉลิมฉลอง 200 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในช่วงนั้นมีการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ตลอดจนพระตำหนักเก่าแก่หลายองค์ที่ชำรุดทรุดโทรมในเขตพระบรมมหาราชวัง
โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานฯ หลังการบูรณะสำเร็จลุล่วงแล้ว
ยังได้ทรงมีพระดำริไปถึงการฟื้นฟูในเรื่องของจิตใจและการสืบสานมรดกล้ำค่าที่มิได้ปรากฎเป็นวัตถุ
เสียงจากห้องด้านในของพระตำหนักก่ออิฐฉาบปูนสูง
2 ชั้นครึ่งภายในเขตพระราชฐานชั้นในที่แว่วผ่านหู ทำให้ตื่นจากภวังค์ เพราะแม้ว่ายังสำรวจออมเสียงแต่จำนวนของผู้คนที่ทำกิจกรรมอยู่ภายในส่งให้ความดังนั้นมากกว่าการ
"พูดคุยกระซิบกระซาบ" แบบชาววังอยู่มาก
พระตำหนัก
พระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภา พระธิดาในสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ
วางตัวอยู่ภายใต้ความร่มครึ้มของพันธุ์ไม้นานาชนิด ภายในอาคารมีความเคลื่อนไหวคึกคักด้วยถูกแบ่งเป็นห้องเรียนย่อย
ๆ หลายห้อง ที่ห้องหนึ่งเด็กสาววัย 20 กำลังบรรจงเด็ดกลีบกุหลาบเพื่อร้อยมาลับพวงน้อยที่มากด้วยรายละเอียด
ถัดไปอีกห้อง หญิงสาวผู้หนึ่งจดจ่ออยู่กับเส้นไหมหลากสีที่ในไม่ช้าจะแปรเป็นภาพงดงามบนผืนผ้าสีขาวด้วยฝีเข็มประณีตของเธอ
ในห้องสุดท้ายเราได้เห็นสาวน้อยหลายคนกำลังปั้นก้อนแป้งสีนวลตาอย่างเบามือ
โรงเรียนผู้ใหญ่พระตำหนักสวนกุหลาบ
หรือเรียกอีกชื่อว่า "วิทยาลัยในวัง" ถือกำเนิดขึ้นตามพระประสงค์ในปี
พ.ศ.2529 ทรงเล็งเห็นว่างานฝีมืออันเป็นประณีตศิลป์ของคนไทยส่วนใหญ่จะมีอยู่ในพระบรมมหาราชวังแทบทั้งสิ้น
และนับวันมีแต่จะสูญสิ้นไปตามอายุขัยของผู้มีความรู้ความสามารถ
หากไม่มีการสืบทอดอย่างถูกต้องต่อคนรุ่นหลัง
ซึ่งสภาพความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนไปส่งให้การสืบทอดแบบเก่านั้นไม่สามารถกระทำได้
จึงโปรดฯให้สำนักพระราชวัง และกรมการศึกษานอกโรงเรียนกระทรวงศึกษาธิการ
ประสานงานกัน เปิดเป็นโรงเรียนสำหรับบุคคลภายนอกเยี่ยงโรงเรียนสามัญทั่วไป
และไม่เก็บค่าเล่าเรียน ผู้เข้าศึกษาจะเสียเพียงค่าใช้จ่ายวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกในแต่ละวันเท่านั้น
โดยไม่มีการสอบเข้า ไม่ต้องมีพื้นฐานมาก่อน แต่จะต้องมีความตั้งใจซึ่งมีคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์และดูแลอย่างเข้มงวดในส่วนนี้
แบ่งเป็น 2 โรงเรียน คือ วิทยาลัยในวังหญิง และ วิทยาลัยในวังชาย
เมื่อแรกก่อตั้งวิทยาลัยในวังหญิง
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โปรด ฯ ให้ใช้บริเวณอาคารเรือนห้องเครื่อง สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี
พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เป็นสถานที่เรียน ต่อมาจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นทำให้สถานที่คับแคบ
จึงโปรดฯ ให้ย้ายมาสู่สถานที่ใหม่ในปี พ.ศ.2532 ยังอาคารพระตำหนักพระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภาฯ
พระตำหนักแห่งนี้จึงมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง และทรงความสำคัญยิ่ง ด้วยเป็นเสมือนหนึ่งสะพานเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน
มิให้ขาดจากกันไปโดยสิ้นเชิง
ตามหลักสูตรของวิทยาลัยในวังหญิง
เมื่อนักศึกษาเลือกเรียนวิชาหลักหนึ่งในสามแผนก คือ วิชาช่างปักสะดึง วิชาดอกไม้สดประดิษฐ์
วิชาอาหารและขนม ครบตามกำหนดเวลาในชั้นต้นแล้ว จะต้องเลือกเรียนวิชาเลือกอีกหนึ่งวิชาจาก
วิชาพับผ้าเช็ดหน้าเป็นรูปตัวสัตว์, การทำบายศรีจากใบตอง, การประดิษฐ์ใบตองในรูปแบบต่าง
ๆ , การทำเครื่องหอมไทย เช่น การทำเทียบอบ แป้งร่ำ น้ำอบไทย บุหงา และการประดิษฐ์ดอกไม้แห้ง
รายละเอียดงานฝีมือที่ถ่ายทอดสู่นักศึกษาเป็นไปตามตำรับชาววังขนานแท้
ซึ่งเป็นส่วนที่มีพระประสงค์ให้อนุรักษ์ไว้ งานบางอย่างรูปลักษณ์ภายนอกเมื่อดูผิดเผินไม่ต่างกับที่เห็นโดยทั่วไปมากนัก
แต่หากดูให้ละเอียดจะเห็นความต่างที่อาศัยทั้งความอดทนและใจรักอยู่มาก
ไม่ว่าเป็นการทำขนมที่กรรมวิธีซับซ้อนกว่า หรือปักพุ่มดอกไม้ ที่เพียงแค่ได้ฟังก็ออกจะสะท้านถึงความยากเสียแล้ว
"...การปักพุ่มโดยใช้ดอกบานไม่รู้โรย
ข้างนอกเขาจะทำโครงด้วยโฟมหรือดินเป็นรูปพุ่มเลย แต่ในนี้เราทำเป็นแกนดินเหนียวนิดเดียว
ปลายเรียว ลักษณะเหมือนเทียน แล้วนำดอกบานไม่รู้โรยมาเสียบกันเปลือกไม้ระกำเหลาเล็ก
ๆ แล้วปักโดยวิธีการส่งไม้ไล่จังหวะออกมาให้เป็นทรง ทำลวดลายเข้าไปในตัวเลย
ไม่ได้มีการวาดลายเอาไว้ก่อน และจะทนเก็บไว้ได้นาน "
แต่การเรียนการสอนจะเก่าแก่ก็เพียงสิ่งที่พึงสืบทอดเหล่านี้
ในอีกด้านหนึ่งได้เพิ่มเติมประยุกต์ให้ทันต่อยุคสมัย คือให้เรียนรู้วิธีปฏิบัติแบบที่เรียกว่า
"ครบวงจร"
"อย่างดอกไม้สด
เราจะสอนให้เขารู้จักตั้งแต่ธรรมชาติของดอกไม้ การรักษาดอกไม้ การเริ่มต้นร้อย
ร้อยอย่างไรให้สวย ร้อยอย่างไรให้เรียบ หรืออย่างอาหาร เราก็ให้เขารู้จักตั้งแต่การเลือกซื้ออาหาร
การเก็บรักษา การหั่น การซอย การผัด ต้ม ตุ๋น มีการฝึกขายด้วย โดยขายที่ห้องอาหารในวังด้านตรงข้ามกับวิทยาลัยในวังชาย
เราต้องการให้เขาจบออกไปแล้วสามารถประกอบอาชีพได้เลย อย่างถ้าเขามีทุนก็สามารถเปิดร้านอาหารได้
เพราะเราจะให้เขารู้จักตั้งแต่การจัดทำเมนู การจ่ายอาหาร การลงมือทำ การจัด
การตักขาย การเก็บล้าง ทำบัญชี เพื่อจะได้รู้ว่าต้นทุนเท่านี้จะขายได้เท่าไร
"
นอกจากผลโดยตรงที่ได้จากการเปิดสอนอย่างเป็นทางการนี้
จะทำให้คนไทยกลุ่มหนึ่งมีอาชีพที่ตนพึงพอใจแล้ว ความภูมิใจที่เขาเหล่านั้นเป็นเสมือนหนึ่งผู้ได้รับคัดเลือกให้สืบทอดวิชาการเก่าแก่ที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ
ทำให้หลายคนกระตือรือร้นที่จะนำความรู้ที่ได้รับมาถ่ายทอดสู่คนในครอบครัวอีกทอดหนึ่ง
จึงเท่ากับว่าวิทยาลัยในวังมีส่วนกระตุ้นให้เกิดกระแสการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมออกไปในวงกว้างยิ่งขึ้น
หลังจากที่
วิทยาลัยในวังหญิง ถือกำเนิดขึ้นได้ 3 ปี วิทยาลัยในวังชาย ก็ได้รับการจัดตั้งขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวังด้วยเช่นกัน
โดยได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้อาคาร หออุเทศทักษิณา เป็นอาคารเรียนเปิดสอน
5 สาขา คือ วิชาช่างฝีมืองานเขียน วิชาช่างฝีมืองานปั้น วิชาช่างงานแกะสลัก
วิชาช่างประดับมุก และวิชาช่างปักจักรอุตสาหกรรม
ในอนาคตอันใกล้
วิทยาลัยในวังชายมีโครงการขยายตัวสู่ภายนอก โดยกรมการศึกษานอกโรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบดูแลซึ่งจะเปิดเป็นโรงเรียนกาญจนาภิเษก
วิทยาลัยในวัง ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน เปิดสอนวิชาช่างประดับมุกก่อน
และจะเพิ่มให้ครบจำนวนของช่างสิบหมู่ในที่สุด
ไม่เพียงผู้สอนเท่านั้นที่สัมผัสได้ถึงความล้ำลึกของวิชาโบราณเหล่านี้
นักเรียนหลายคนเมื่อเรียนจบไปแล้ว ต้องเวียนมาเรียนซ้ำเมื่อเขารู้สึกซาบซึ้งหลงใหลในเสน่ห์อย่าง
"พิสดาร" ของผลงานช่างโบราณเขาบอกว่าเวลาตามหลักสูตรเพียงปีเดียว
เขาเพิ่งได้ "แค่เพียงผงธุลี" ของสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ทั้งหมด
ซึ่งไม่รู้ว่าตลอดชีวิตนี้จะร่ำเรียนวิชาเหล่านี้ได้หมดสิ้นหรือไม่และสิ่งที่อยู่ในสำนึกของทั้งหญิงชายในวิทยาลัยทั้งสองมิได้ต่างกัน
นั่นคือความรับผิดชอบที่มีต่อการเรียนที่ไม่มีใครบังคับตลอดการเรียนการสอน
รวมทั้งากรให้ความเคารพต่อสถานที่ที่เป็นถึงพระตำหนักในพระบรมมหาราชวัง
สถานที่ซึ่งแต่ก่อนสามัญชนน้อยคนนักจะได้เหยียบย่างเข้ามา และสุดท่านคือการได้รับประกาศนียบัตรจากพระหัตถ์องค์อุปถัมภ์ผู้ให้กำเนิดวิทยาลัยทั้งสองนี้เมื่อจบการศึกษา
ฝนขายเม็ดสนิท
ทิ้งร่องรอยหยาดน้ำไว้ทั่วทั้งบริเวณ กลีบลั่นทมเก่าบนพื้นหมองคล้ำเพราะร่วงโรยจากต้นมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว
หากแต่ลำต้นที่ยืนอยู่นั้นเต็มไปด้วยยอดอ่อนที่กำลังแทงทะลุออกสู่ความมีชีวิตภายนอกเมื่อได้รับฝนเต็มที่ในฤดูนี้
(คลิกที่ภาพเพื่อดูรายละเอียด)
|