แบงก์สยามกัมมาจล
|
เมื่อ
200 ปีก่อน ย่านตลาดน้อยเต็มไปด้วยชาวจีนอพยพ ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่อาศัยในประเทศไทย
การเพาะปลูก และการค้าขาย คือสายธารที่ประสานผู้คนในละแวกนี้เข้าด้วยกันประดุจเครือญาติ
ความรู้จักมักคุ้นนี้ก่อให้เกิดเป็นชุมชนที่อบอุ่นและมั่งคั่ง ดังพระราชพงศาวดารฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์
ได้พรรณนาไว้ว่า "สิ่งของต่างๆ
ที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น...ของต่างๆ ที่ไม่เคยมีก็มีขึ้น ลูกค้าวานิชมาตั้งห้างค้าขาย
และลูกค้านานาประเทศเข้ามาค้าขายซื้อเอาออกไปราษฎรก็ได้มั่งมี"
ความเก่าแก่ของตัวอาคารที่ยืนยาวมาเนิ่นนาน นับเป็นความสำคัญอย่างหนึ่ง
แต่คุณค่าที่มากยิ่งกว่านั้นคือ การเป็นที่ทำการของธนาคารแห่งแรกของประเทศไทย
โดยองค์ประทานกำเนิดธนาคารแห่งนี้คือ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย
ซึ่งภายหลังพระองค์ได้รับยกย่องเป็น "พระบิดาแห่งการธนาคารไทย"
พระองค์ทรงมีพระนามเดิมว่า
พระองค์เจ้าไชยันตมงคล เป็นโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาห่วง เมื่อปี พ.ศ. 2408 ทรงชำนิชำนาญในวิชาอักษรศาสตร์
และการช่าง เมื่อพระชนม์ได้เพียง 30 พรรษา ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ
และได้โดยเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2440
ในการเสด็จภาคพื้นยุโรปและทอดพระเนตรกิจการธนาคารและการค้า
ทำให้ทรงครุ่นคิดที่จะปรับปรุงกิจการค้าและเศรษฐกิจของไทยให้เจริญรุดหน้า
และอยู่ในมาตรฐานเดียวกับของต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศมีระบบการเงินเป็นที่ยอมรับ
และไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติโดยอ้อม ต่อชาวต่างประเทศที่เริ่มเข้ามาดำเนินกิจการธนาคารของตนในช่วงนั้น
ทรงมีบทบาทอย่างสูงยิ่งในการยกเลิกเงินพดด้วง
การปรับเปลี่ยนหน่วยเงินของไทยเป็น "บาท" และ "สตางค์"
ซึ่งเป็นระบบทศนิยมที่ใช้กันทั่วไป ตลอดจนการจัดพิมพ์ธนบัตร
กระทั่งถึงเรื่องที่สำคัญที่สุด
สำหรับระบบการเงินของประเทศที่กำลังอยู่ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นสากล
เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัยได้ทรงมุ่งมั่นพยายามก่อตั้งธนาคารกลางของประเทศ
เพื่อดูแลระบบการเงินของประเทศ เช่นเดียวกับชาติตะวันตก แต่เพราะในขณะนั้นประเทศไทย
ยังขาดความพร้อมอยู่มากจึงทรงตั้งธนาคารพาณิชย์เพื่อทดลองดำเนินงานเป็นบางอย่าง
ณ ตึกแถวสูงสองชั้นสามคูหาของกรมพระคลังข้างที่บริเวณย่านบ้านหม้อ
ตั้งชื่อในยุคนั้นว่า "บุคคลัภย์" (Book
Club)
ปรากฏว่า
การทดลองดำเนินกิจการไปได้ผลดี
จึงทรงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5 ตั้งเป็น บริษัทแบงก์สยามยามกัมมาจล ทุนจำกัด
และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ตราอาร์มแผ่นดินเป็นตราประจำบริษัท
นับเป็นธนาคารพาณิชย์ของคนไทยแห่งแรกที่สมบูรณ์แบบที่สุดนับแต่นั้นมา
15
เมษายน พ.ศ. 2450 หลังจากดำเนินงานบริษัทมาได้เพียงไม่นาน กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัยก็สิ้นพระชนม์ท่ามกลางความอาลัย
และเสียดายอย่างท่วมท้น พระชนม์เพียง 42 พรรษา
แม้ตัวอาคารนี้
จะมิได้สร้างขึ้นในขณะที่กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัยยังดำรงพระชนม์อยู่ก็ตามแต่เพราะการวางรากฐานของพระองค์
กิจการธนาคารซึ่งมิใช่เพียงของแบงก์สยามกัมมาจลเท่านั้นที่เติบใหญ่เป็นธนาคารไทยพาณิชย์ในปัจจุบัน
แต่เป็นรากของการก่อตั้งธนาคารแห่งชาติในยุคสมัยต่อมา
ตัวอาคาร
สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2451 เป็นอาคารสามชั้น มีการกำหนดผังและวางแบบแปลนไว้อย่างพิถีพิถัน
โดยช่างชาวอิตาเลี่ยน มุขด้านหน้าตัวอาคารสองข้างหันหน้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตามความนิยมในสมัยนั้น
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นแบบเรอเนสซองส์ (ร่วมสมัยกับพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทและพระที่นั่งอนันตสมาคม)
ลักษณะอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมชั้นสูงนี้ โดยมากสร้างโดยพระเจ้าแผ่นดิน
หรือส่วนราชการ ที่ปลูกสร้างโดยเอกชนเพื่อใช้เป็นอาคารสำนักงานนั้นมีน้อยมาก
ปัจจุบัน
อาคารแห่งนี้ยังใช้ทำการเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย ผู้ที่สนใจก็ยังสามารถจะเดินขึ้นลงเข้าออกเพื่อสัมผัสความงดงามของสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ที่แทบจะเรียกได้ว่ายังคงสภาพสมบูรณ์ไม่ต่างจากเมื่อแรกสร้าง
(คลิกที่ภาพเพื่อดูรายละเอียด)
|