...อุทยานเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จย่า...
|
" เมื่อจำความได้
แม่ก็อยู่ที่ธนบุรีแล้ว ที่ซอยซึ่งปัจจุบันเป็นซอยวัดอนงค์ 'บ้าน'
นั้นเหมือนห้องแถวชั้นเดียว แต่มีหลายห้องแทนที่จะเป็นห้องเดียว 'บ้าน'
จะเป็นส่วนหนึ่งของอาคารซึ่งก่อด้วยอิฐ หลังคาเป็นกระเบื้อง และประกอบด้วยหลายชุด
(UNIT) ด้านหนึ่งของ 'บ้าน' มี 4-5 ชุด ซึ่งมีคนอยู่อีกด้านหนึ่งพังไปแล้วและร้าง..."
จากหนังสือ "แม่เล่าให้ฟัง"
บทพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
บทนิพนธ์ข้างต้นนี้
ให้ภาพอดีตที่ล่วงเลยมาเกือบ 100 ปี ของสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนหลังวัดอนงคาราม
ตำบลคลองสาน ไว้อย่างชัดเจน บริเวณนี้เองคือถิ่นกำเนิดของบุคคลสำคัญยิ่งของชาติเป็น
"บ้านหลังแรก" เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ
ในชีวิตปฐมวัยขององค์ "สมเด็จย่า" ของปวงชนชาวไทย
ณ
สถานที่แห่งนี้ ถือได้ว่ามีอิทธิพลต่อการเจริญวัย และการเรียนรู้ต่อองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเป็นอย่างยิ่ง
เพราะบริเวณวัดอนงคารามนี้เป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่มาแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์
มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น จัดได้ว่าเป็นชุมชนที่เจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจแห่งหนึ่งในสมัยนั้น
เพราะเป็นทั้งท่าเทียบเรือสินค้า และเป็นที่อยู่อาศัยพำนักของขุนนางตระกูล
"บุนนาค" อันเป็นตระกูลสำคัญยิ่ง ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับประเทศไทย
และราชสำนักมาช้านาน
เชื่อว่าก่อนหนังสือ
"แม่เล่าให้ฟัง" จะพิมพ์ออกเผยแพร่ในปี
พ.ศ. 2523 นั้น ประชาชนทั่วไป หรือแม้กระทั่งคนในละแวกนั้น ก็คงจะไม่เคยรับทราบความสำคัญของผืนแผ่นดินแห่งนี้มาก่อน
จนเมื่อครั้งหนึ่งที่
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงประทับพักฟื้นพระอาการประชวรที่โรงพยาบาลศิริราช
ขณะที่ทรงพระดำเนินออกกำลังพระวรกายอยู่ ทอดพระเนตรเห็นเพลิงไหม้ทางฝั่งธนบุรี
ทรงมีรับสั่งถามว่า ที่เกิดเหตุนั้นใกล้กับวัดอนงคารามหรือไม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ซึ่งประทับอยู่ด้วย จึงทรงมีพระราชดำริ ที่จะสืบหาที่ประทับเดิมเมื่อครั้งทรงพระเยาว์
ของสมเด็จพระราชชนนี และยังได้ทรงมีพระราชประสงค์จะจัดสร้างบริเวณดังกล่าวให้เป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ
ขึ้น เพื่อเป็นพระราชอนุสรณ์สถานแห่งความรัก ความเทิดทูน และกตัญญุตาในพระราชมารดา
ผู้รับสนองพระราชดำริ
ได้สืบทราบตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนของ "บ้านเดิม"
โดยพบว่าเป็นบริเวณหลังวัดอนงคาราม ในเขตคลองสาน แต่บ้านหลังนั้นถูกรื้อถอนไปแล้ว
และสร้างเป็นตึกแถวขึ้นมาแทนบนพื้นที่เดิมนั้น จึงได้สำรวจบริเวณโดยรอบต่อ
จนพบกลุ่มอาคารเก่าที่มีบางส่วนเหลือเพียงซากกำแพง อยู่ถัดไปจากบริเวณเดิม
ลึกไปในซอยสู่ทางลงแม่น้ำเจ้าพระยา มีลักษณะใกล้เคียงกับ"บ้าน"
ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ทรงนิพนธ์ไว้
เจ้าของที่ดินบริเวณดังกล่าว
คือ นายเล็ก นานา ได้รับทราบถึงโครงการจัดสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ
จึงน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินจำนวน 4 ไร่ ซึ่งแต่เดิมเป็นพื้นที่ตั้งบ้านของ
เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาธิบดี (แพ บุนนาค)
อธิบดีกรมพระคลังสินค้าในรัชกาลที่ 5 และเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว
มีคุณค่าในเชิงพระวัติศาสตร์ด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงทรงมีพระราชประสงค์
ให้อนุรักษ์อาคารที่เหลืออยู่ไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สืบไป
1 2
|