มฤคทายวัน
...พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง... |
ภายในพระราชนิเวศน์
แบ่งออกเป็นสามส่วนด้วยกัน หมู่พระที่นั่งด้านในสุดเป็นเขตของฝ่ายในนั้น
มีพระที่นั่งองค์สำคัญคือ พระที่นั่งสมุทรพิมาน
เป็นที่ประทับของ พระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรราชชายา ซึ่งโปรดเกล้าฯ
ให้ตามเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2467
พระราชนิเวศน์แห่งนี้
มีตำนานที่เล่าขานต่อๆ กันมาจนมีผู้ขานเรียกพระราชนิเวศน์แห่งนี้ว่า
"พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง"
ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อคราวที่พระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี ทรงพระครรภ์นั้น
องค์พระมหาธีรราชเจ้าทรงพระเกษมสำราญยิ่งด้วยทรงมุ่งหวังว่าจะทรงมีพระปิโยรส
แต่ความหวังทั้งมวลก็สิ้นสลายเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ ไม่สามารถมีพระประสูติกาลได้
ยามนั้น พระองค์ท่านทรงอภิบาลพระมเหสีด้วยน้ำพระทัยเป็นห่วงและเศร้าสร้อย
ณ พระที่นั่งสมุทรพิมานแห่งนี้
หมู่พระที่นั่งตรงกลาง
เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วยห้องต่างๆ
สำหรับประทับสำราญพระราชอิริยาบถ
ทรงใช้เป็นที่บรรทมและทรงพระอักษร มีชื่อว่า พระที่นั่งพิศาลสาคร
จากพระที่นั่งองค์นี้มีสะพานยาวไปถึงห้องเปลี่ยนฉลองพระองค์หรือประทับเล่นที่ชายหาด
พระที่นั่งสำคัญอีกองค์หนึ่ง
คือ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ เป็นอาคารโถงสองชั้นเปิดโล่ง
ไม่กั้นฝา ใช้สำหรับเป็นสถานที่ประชุมในโอกาสต่างๆ และเป็นโรงละครสำหรับจัดแสดงละคร
ซึ่งบทละครเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นบทพระราชนิพนธ์ตามที่ทรงโปรดและทรงเชี่ยวชาญทั้งสิ้น
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาประทับ
ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุวัฒนาฯ อีกครั้งระหว่างวันที่
12 เมษายน ถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2468 การเสด็จครั้งนี้เสมือนหนึ่งการเสด็จมาเพื่ออำลาพระราชนิเวศน์ที่ทรงรักโดยแท้
เพราะเมื่อเสด็จกลับพระนครแล้ว ต่อมาไม่นานก็เสด็จสวรรคต
จากวันนั้นนับเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาร่วม 70 กว่าปีแล้ว
พระราชนิเวศน์ได้ถูกทอดทิ้งจนทรุดโทรมลงเป็นลำดับ จนกรมตำรวจได้เข้ามาดูแลเป็นการถาวร
โดยใช้เป็นที่ตั้ง กองกำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
และได้ทำการบูรณะซ่อมแซม ปลูกต้นไม้เพิ่มเติมจนงดงามร่มรื่น
วันนี้
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ได้เผยความงามอันล้ำค่าจากงานฝีมือของช่างไทยและช่างยุโรปในอดีต
ผสมผสานมาเป็นงานสถาปัตยกรรมอันงดงามนุ่มนวล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเยี่ยมเยือน
และควรแก่การทะนุถนอมหวงแหนเป็นมรดกล้ำค่าของอนุชนชาวไทยสืบไป
1
2
(คลิกที่ภาพเพื่อดูรายละเอียด)
|