พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์
เป็นพระตำหนักองค์หนึ่งในพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ฯ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น พระตำหนักดังกล่าวมี ลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นแปลกตาชวนมอง
และสามารถดึงดูดใจผู้ที่ได้พบ เห็นหรือผู้มาชมเป็นอย่างดี นับเป็นอาคารที่เป็นจุดเด่นแห่งหนึ่งของพระราชวังสนามจันทร์...
พระตำหนักมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบเรอเนซองส์
(Renaissance) ของฝรั่งเศสผสมกับแบบฮาล์มทิมเบอร์ (Half Timber)
ของอังกฤษ โดยประยุกต์ให้มีโถงโล่งและระเบียง เพื่อให้เข้ากับประเทศที่มีภูมิอากาศร้อนชื้น
โดยการปรับลักษณะดังกล่าวสามารถทำได้อย่าง ผสมผสานกลมกลืนและมีความเหมาะสมลงตัวกันเป็นอย่างดี
พระตำหนักหลังนี้
มีสะพานเชื่อมไปสู่พระตำหนัก
อีกหลังหนึ่ง
คือ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก
(Neo-Classic) พระตำหนักดังกล่าวตั้งอยู่ทางด้านหลังของพระตำหนัก
ชาลีมงคลอาสน์ โดยอยู่อีกฝั่งหนึ่งของคลองที่คั่นระหว่างพระตำหนักทั้งสอง
การสร้างสะพานเชื่อมอาคารทั้งสองให้ติดต่อกัน
บ่งบอกถึงความตั้งใจในการสร้างให้ พระตำหนักทั้งสองนี้เป็นอาคารเคียงคู่กัน
อันทำให้ไม่เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว ซึ่งผู้ที่ได้พบเห็น ย่อมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความผูกพันบางประการได้อย่างดี
และหากได้ศึกษาถึงภูมิหลัง ของการสร้างพระตำหนักทั้งสอง ก็จะเห็นว่า
การสร้างพระตำหนักทั้งสองนี้ได้สะท้อนความใน
พระทัยและความหมายแฝงของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้อยู่ในรูปแบบสถาปัตยกรรมของพระตำหนักทั้งสองได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งยังเป็นสื่อที่สะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในทางอักษรศาสตร์และศิลปะขององค์พระมหาธีรราชเจ้า
ซึ่งทรงเป็นผู้พระราชทานแนวคิดและทรงเป็นผู้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักดังกล่าวได้อย่างเด่นชัด
นามพระตำหนักทั้งสองนี้
รัชกาลที่ 6 ทรงนำมาจากชื่อของตัวละครในบทละครเรื่อง My Friend
Jarlet ซึ่งพระองค์ได้ทรงพระราชนิพนธ์แปลและแปลงเป็นบทละครไทยชื่อว่า
"มิตรแท้"
ชื่อตัวละครที่ได้ทรงนำมาเป็นชื่อของพระ
ตำหนักได้แก่ ตัวเอกของเรื่อง ชื่อ ยาร์เลต์ (Jarlet)
ซึ่ง แสดงความเป็นมิตรแท้ต่อเพื่อนที่ชื่อ ปอล (Paul) และได้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นพ่อผู้เป็นปิยมิตรของลูก
ซึ่งใน เรื่องคือ ลูกสาวที่ชื่อ มารี (Marie Leroux) โดยยาร์เลต์
ได้ยอมเสียสละชีวิตให้ทหารฝ่ายตรงข้ามนำตนไปประหาร แทนปอลผู้เป็นเพื่อนและเป็นคู่รักของลูกสาว
ซึ่งการเสียสละ นี้ทำให้บุคคลทั้งสองได้สมหวังในความรัก
ความประทับใจต่อความเป็นมิตรแท้ในบทละครดังกล่าวคือสิ่งที่แสดงให้เห็นส่วนลึก
ในน้ำพระทัยของพระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่มีต่อคำว่า
มิตรแท้ อย่างลึกซึ้ง ชื่อของย่าเหล สุนัขแสนรู้ ตัวโปรดของพระองค์
ก็มาจากชื่อ"ยาร์เลต์" นั่นเอง