พระตำหนักทับขวัญ
แบบอย่างสถาปัตยกรรมชั้นครูของเรือนไทยภาคกลาง |
ถ้าจะกล่าวถึง
พระตำหนักทับขวัญ ซึ่งตั้งอยู่ภายในพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัด นครปฐมแล้ว
เราน่าจะทำความรู้จักถึงที่มาของพระตำหนักองค์นี้โดยคร่าวๆ เสียก่อน
จังหวัด นครปฐม เป็นจังหวัดที่มีองค์พระปฐมเจดีย์ ตั้งเด่นเป็นสง่าเป็นศรีแก่จังหวัดจากองค์พระเจดีย์
ไป 1 กิโลเมตรทางด้านทิศตะวันตกของเมือง มีบริเวณที่เรียกกันมาว่า
"เนินปราสาท" ใกล้ๆ
กับเนินแห่งนี้ มีสระน้ำขนาดใหญ่เรียกว่า "สระน้ำจันทร์"
พระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี
ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังเพื่อแปร พระราชฐานในการเสด็จมาสักการะองค์พระปฐมเจดีย์
ณ เนินปราสาทแห่งนี้ พระราชทานนาม ว่า พระราชวังสนามจันทร์ การก่อสร้างพระที่นั่งและพระตำหนักต่างๆ
ในพระราชวัง สนามจันทร์นั้น ได้ดำเนินติดต่อกันมาถึง 4 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ในปี
พ.ศ. 2454
พระตำหนักทับขวัญ
สร้างขึ้นมาคู่กับพระตำหนัก ทับที่เป็นตึกฝรั่ง ตั้งอยู่ภายในพระราชวังสนามจันทร์มีลักษณะเป็นเรือนไทยภาคกลางชนิดเรือนหมู่ที่มีลักษณะสวย
งามสมบูรณ์แบบตามลักษณะของเรือนไทย ประกอบด้วย เรือน 8 หลัง หลังใหญ่
4 หลัง หันหน้าเรือนคือด้านความ ยาวเข้าหากันเป็น 4 ทิศ มีชานโล่งเป็นตัวเชื่อมให้เรือนทั้ง
4 หลังติดต่อกัน เรือนใหญ่นี้เป็น หอนอน หรือ เรือนนอน 2 หลัง ส่วนอีก
2 หลังนั้น หลังหนึ่งเป็น เรือนโถง คือเรือนที่มีฝา 3 ด้าน ประกอบด้วยฝาระเบียงและฝาด้านสกัด
2 ด้าน และฝาด้านข้างหรือด้านรีอีก 1 ด้าน โดยเอาด้านที่ไม่มี ฝาบ้านเข้าหาเรือนหลังอื่น
ส่วนอีกหลังคือ เรือนครัว นอกจากนั้น ยังมีเรือนหลังเล็กอีก 4 หลัง
อยู่ตรงมุมทั้ง 4 มุม เรือนหลังเล็กประกอบด้วย หอนก เรือนบ่าว และ
เรือนเก็บของ

พระตำหนักทับขวัญนี้เป็นลักษณะเรือนไทยที่มีใต้ถุนสูง
ใต้ถุนของตัวเรือน คนสามารถเดินลอด ผ่านได้สะดวก ส่วนใต้ถุนของระเบียงและชาน
สามารถลอดได้แต่ไม่สะดวกนัก เรือนทุกหลังเป็นเรือน ฝากระดาน
หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เรือนไม้จริง เรือนหลัง ใหญ่เป็น เรือนไทยชนิด
3 ห้อง คือมีเสา 4 แถว มีระเบียง ทางด้านข้างหรือด้านหน้า คือ ด้านที่ติดกับชาน
ส่วนเรือน หลังเล็กเป็นเรือนชนิด 2 ห้องและไม่มีชานแรกเริ่มนั้นเรือน
ทุกหลังมุงหลังคาด้วยตับจาก และหลบสันหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผา
โครงสร้างทั้งหมดเป็นไม้ พื้นเป็นไม้สักปูตามยาวของตัวเรือนมีรอดรองรับ
ฝาเป็นชนิดฝาปะกนทำด้วยไม้สัก
แต่เดิมครั้งก่อน
กลางชานจะมีต้นจันทน์ปลูกที่พื้นดินทะลุผ่านชานที่เจาะเป็นช่องขึ้นมา
และพระตำหนักนี้จะมีบันไดขึ้นลง 2 บันได บันไดหน้ามีซุ้มประตูเป็นหลังคาซุ้มเล็กๆ
ทรงเดียว กับหลังคาเรือน
ต่อมาเมื่อพระตำหนักทับขวัญเป็นกรรมสิทธิ์
ของมหาวิทยาลัยศิลปากรในปี พ.ศ. 2509 พระตำหนักอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก
หลังคา ชำรุดและรั่ว พื้นพัง โดยเฉพาะพื้นชานไม่ สามารถใช้ได้ดังนั้นในปี
พ.ศ. 2525 ทาง มหาวิทยาลัยได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่ทั้งหลัง โดยให้อยู่ในรูปแบบลักษณะเดิมทุกประการ
นอกจากในเรื่องระบบโครงสร้างและวัสดุ โดยเปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างและวัสดุ
ซึ่งได้แก่ ่เสาช่วงล่างเปลี่ยนเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กและเพิ่มคานด้านความยาวเพื่อรองรับราที่เพิ่มให้ถี่ขึ้น
ในการรองรับพื้นเรือนให้สามารถรองรับน้ำหนักจากผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมพระตำหนักซึ่งจำนวน
จะมากกว่าปกติ เครื่องมุงหลังคาเปลี่ยนจากตับจากเป็นกระเบื้องดินเผาหลบหลังคาที่สันหลังคา
และหลบหลังคาปั้นลมเปลี่ยนมาเป็นทำด้วยปูน
ปัจจุบัน
ภายในพระตำหนักใช้จัดแสดงพระราช ประวัติและพระราชกรณียกิจด้านไทยศึกษาของพระบาท
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่น เรื่องเกี่ยวกับภาษา วรรณคดี
โบราณคดี การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา กิจการเสือป่า และลูกเสือไทย
เป็นต้น
พระตำหนักทับขวัญ
เป็นแบบอย่างของสถาปัตยกรรมชั้นครูที่ยังคงลักษณะของ เรือนไทยภาคกลางชนิดเรือนหมู่ที่ทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมไทยครบถ้วน
นับ เป็นโบราณสถานอันทรงคุณค่าควรแก่การทำนุบำรุงรักษาสืบไป
(เรียบเรียงจากบทความโดย
รศ.สมใจ นิ่มเล็ก อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ม.ศิลปากร)
(คลิกที่ภาพเพื่อดูรายละเอียด)
|