| แมลง....ศัตรูในบ้าน และวิธีกำจัดแบบธรรมชาติ ตอน 2
|
 |
เห็บหมัด
บ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยง ทั้งแมวและสุนัข ก็คงเคยเจอปัญหาเรื่องเห็บ
หมัด บุกบ้าน ไปวางไข่ตามบัว คิ้ว ของผนังบ้าน หรือซอกมุมของตู้ที่มีอากาศอบอุ่น
หรือแม้แต่ในซอกโซฟา พรมเช็ดเท้า ไม้กวาด หมัดเห็บนี้ ไม่มีประโยชน์ใดๆเลย
ทั้งยังน่ารังเกียจ และอาจมาแพร่พันธุ์ในบ้านเราได้ บางครั้งเจ้าเห็บหมัดกำเริบเสิบสานถึงขั้นมากัดเราดูดเลือดเราได้ด้วย
ยิ่งเด็กเล็กๆแล้ว เห็บหมัดอาจจะเข้าไปอยู่ในรูหู คอยดูดเลือดโดยที่คุณพ่อ
คุณแม่ไม่อาจป้องกันได้เลย จนเด็กๆร้องว่าคันหูปวดหู และต้องพาไปให้หมอส่องกล้องคีบออกนั่นแหละ
มาตรการป้องกันเห็บ-หมัด
ถ้ามีสัตว์เลี้ยง และพบว่ามีเห็บ หมัด ต้องทำการกำจัดอย่างเร่งด่วน
เพื่อป้องกันมิให้แพร่พันธุ์ต่อไป
ใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดทุกซอกมุม ที่คาดคิดว่าอาจจะมีเห็บหมัดอาศัยอยู่
รวมทั้งที่ๆวางไข่และตัวอ่อนของมันด้วย ถ้าพบเห็นต้องเผาทำลาย เพราะเห็บ-หมัดนี้
เราไม่สามารถประนีประนอมได้ ใครว่าบาปแต่ถือว่าเป็นการป้องกันตัวค่ะ
หากไม่อยากเผาทำลายก็จัดเก็บเห็บ-หมัดที่พบ ไว้ในถุงพลาสติกมัดปิดสนิท
ใส่ในช่อง Freeze 48 ชั่วโมง ก็จะสามารถกำจัดทั้งไข่ ตัวอ่อน และตัวต้นตอได้หมด
เพราะเจ้าเห็บหมัด เป็นแมลงที่แสนทนและตายยากสุดๆ จึงต้องทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม
ด้วยน้ำยาไพรีทรัม ฉีดลงตามรอยแยกหรือซอกหลืบทั้งหลาย หรือที่ๆพบเห็นเห็บ-หมัด
ชุมนุมกัน
เคล็ดไม่ลับในการจับเห็บหมัด บางครั้งการใช้เครื่องดูดฝุ่นก็อาจมีกำลังไม่พอดูดเจ้าเห็บ-หมัดออกจากหลืบซอกได้
มีวิธีง่ายๆคือ นำสก็อตเทป หรือเทปกาว แปะเก็บตามกลุ่มเจ้าตัวเห็บ-หมัดและไข่เม็ดยิบย่อยที่แสนจะน่าแขยง
เท่านี้เห็บ-หมัดพร้อมไข่ก็ติดขึ้นมาอย่างง่ายดาย ไม่ต้องห่วงว่าจะเข้าไปเกาะอยู่ในภายในถุงเครื่องดูดฝุ่นอีกต่อไป
เมื่อจับเห็บ-หมัดตัวเทปกาวแล้ว ก็พับติดไม่ให้มันออกมา นำไปเผาทำลายได้ทันที
เคล็ดลับยากำจัดเห็บ-หมัด
ผงกำจัดเห็บ-หมัด : ผงโซดา 500 กรัม หัวน้ำมันหอมเพนนีรอยัล 20 หยด
คลุกเคล้าผงโซดาและหัวน้ำมันหอมให้เข้ากัน โรยลงบนพรมและเครื่องเรือ
บริเวณที่คิดว่าน่าจะเป็นที่ซุกซ่อนตัวของเห็บ-หมัด การโรยให้ใช้กระชอนหรือผ้ากรองละเอียดกับช้อน
เมื่อโรยแล้วปล่อยทิ้งไว้ 1 ชม. จากนั้นทำความสะอาดด้วยเครื่องดูดฝุ่น
เห็บ-หมัดก็จะฝ่อหลุดร่วงลงมา
สเปรย์ขจัดหมัด : มะนาว 2 ลูก น้ำเดือด 500 มิลลิลิตร
สับมะนาวทั้งเปลือกแบบหยาบๆ ใส่ในชามทนความร้อน แล้วเทด้วยน้ำเดือดที่เตรียมไว้
แช่ค้างคืน แล้วกรองเอาแต่น้ำใส่ขวด ฉีดพ่นน้ำที่ได้ใส่ที่นอนของสัตว์เลี้ยงให้ทั่ว
รวมถึงพรมที่ดูดฝุ่นแล้ว จะช่วยป้องกันมิให้เห็บ-หมัดกลับมาอีก
หนู
หนูบ้านมี 2 ชนิด คือ ชนิดตัวเล็ก กับชนิดตัวใหญ่ ที่มักมาตามท่อระบายน้ำ
ไม่ว่าจะชนิดไหนเราก็ไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับหนูอย่างแน่นอน
เพราะนอกจากหนูจะเป็นพาหะโรคร้ายแล้ว หนูยังทำความเดือดร้อนแก่การอยู่อาศัย
เช่น ดึกๆวิ่งเล่นใต้ฝ้าเพดาน หรือกัดแทะเฟอร์นิเจอร์ ของใช้เสียหาย
รวมถึงกัดแทะอาหารที่เรามัดปากถุงอย่างดีแล้วก็ตาม ถ้าเห็นแค่ตัวเดียว
คิดไว้เลยค่ะว่า มันมากันเป็นหมู่คณะในบ้านเราเรียบร้อยแล้ว
มาตรการป้องกันหนู
เก็บอาหารทุกชนิด ที่คิดว่าหนูชื่นชอบ เช่น ขนมหวาน แป้งทำอาหาร
ธัญพืชต่างๆ ไว้ในภาชนะที่ปิดแน่นหนา ไม่สามารถกัดแทะได้
ใช้ปูนหรือแผ่นโลหะ หรือตะแกรงกรงไก่แบบคงทน ปิดตามรอยแตกที่คาดว่าหนูจะใช้เป็นช่องทางเข้ามุดเข้ามาในบ้านให้หมด
และต้องปิดอย่างแน่นหนา
ทาน้ำมันสะระแหน่ ตามช่องทางที่หนูชอบใช้ลอดผ่าน เพราะหนูเกลียดกลิ่นนี้มาก
จะทำให้ไม่กล้าใช้ช่องทางดังกล่าว
หากชอบสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว แนะนำให้เลี้ยงแมว เพราะแมวจะเป็นเครื่องมือที่ป้องกันหนูได้ดีที่สุด
ไม่มีสารตกค้าง และยังได้ความเพลิดเพลินอีกด้วย
เคล็ดลับการดักหนู
ไม่แนะนำให้ใช้สารเคมีกำจัดหนู เพราะจะเกิดการตกค้างของสารภายในบ้าน
ให้ใช้วิธีดักหนูด้วยกรงดักแทน ไม่แนะนำให้ใช้กาวดักหนู ที่จะทำให้หนูตายในที่สุดเพราะออกจากถาดกาวไม่ได้
กรงดักหนูราคาถูก มีขายทั่วไป และมีที่เกี่ยวเหยื่อไว้ล่อหนูด้วย เหยื่อก็หาขนมหวานห้อยติดไว้
หรือหัวปลาทูคาวๆ วางกรงดักไว้ในบริเวณที่มักพบหนู หลายๆจุดๆละ 2-3
อัน เมื่อหนูติดในกรงดักแล้ว ก็นำไปปล่อยข้างนอกบ้าน
แมลงกินผ้า เชื่อว่าไม่มีใครเคยเห็นตัวเจ้าแมลงกินผ้าที่อย่างแน่นอน
แต่คงได้เห็นผลงานของมันมาไม่มากก็น้อย จากเสื้อตัวโปรด ที่จู่ๆก็มีรูแปลกๆบนเนื้อผ้าซะงั้น
ฝีมือเค้าล่ะ เจ้าแมลงกินผ้า รอยกัดกินที่เกิดขึ้นไม่ใช่จากตัวแม่ของมันนะ
แต่เป็นตัวอ่อนหลังจากฟักออกจากไข่ ก็จะกัดกินผ้าบริเวณนั้นที่มันอาศัยอยู่
แมลงกินผ้า อีกชื่อที่พอจะคุ้นหูบ้าง ก็คือ ตัวมอด หรือมอดทั่วไป ที่มักอาศัยอยู่ในผ้า
เพื่อไม่ให้เสื้อผ้าชุดโปรดของคุณต้องเป็นรูอันไม่พึงประสงค์ มาดูการป้องกันแมลงกินผ้ากันเถิด
มาตรการป้องกันแมลงกินผ้า
ทำความสะอาดเสื้อผ้าให้หมดจดทุกครั้ง ก่อนพับจัดเก็บในตู้ เพราะแมลงกินผ้าจะชอบผ้าที่สกปรก
หรือมีคราบรอยเปื้อน
แมลงกินผ้าจะโปรดผ้าลินิน และผ้าขนสัตว์เป็นพิเศษ แนะนำให้จัดเก็บผ้าทั้ง
2 ชนิดนี้ในหีบไม้ หรือกล่องพลาสติก แล้วใส่การบูรลงไปด้วย เพราะแมลงกินผ้าไม่ชอบการบูรอย่างที่สุด
วางลูกเหม็นที่ทำจากไม้การบูร หรือไม้ซีดาร์แดง ตามมุมของตู้เสื้อผ้า
หรือโรยด้วยดีเกลือฝรั่ง หรือใส่กานพลูแห้งแทรกไปตามกองผ้า
ดูแลผ้าขนสัตว์ โดยใส่เครื่องเทศหลายๆชนิด เช่น สมุนไพรแห้ง ลาเวนเดอร์
รวมกันในถุงผ้าขาวโปร่งบาง แล้วใส่รวมเข้ากับผ้าขนสัตว์ ก็จะช่วยป้องกันแมลงกินผ้าไม่ให้เข้าไปกัดกินผ้าขนสัตว์ได้
ทำความสะอาดตู้เสื้อผ้าเป็นประจำ แล้วเช็ดให้ทั่วด้วยหัวน้ำมันหอมยูคาลิปตัส
หรือหัวน้ำมันหอมกลิ่นลาเวนเดอร์
กำจัดไข่และตัวอ่อนแมลงกินผ้าด้วยการซักผ้าด้วยเครื่อง โดยใช้รอบเครื่องซักผ้าที่ให้ความร้อนสูงสุด
แล้วนำไปตากแดด 2-3 ชั่วโมงจนผ้าแห้ง (ห้ามใช้วิธีนี้กับผ้าขนสัตว์
และผ้าสักหลาด)
เคล็ดลับลูกหอมไล่แมลงกินผ้า
นำผลส้มที่เหี่ยวพอควรมา 1 ลูก ใช้เทปกาวขนาด 1 ซม.คาดแบ่งออกเป็น
4 ส่วนแนวตั้ง โดยส่วนที่ไขว้กันจะอยู่ที่หัวและปลายผลส้ม แทงกานพลูแห้งติดรอบๆผล
ลักษณะเมื่อติดแล้วจะเหมือนหนามรอบๆเปลือกผิวส้ม นำผลส้มที่แทงกานพลูแล้ว
คลุกกับส่วนผสมของผงกานพลูและอบเชยอย่างละ 2 ช้อนชา จนส่วนผสมเกาะดี
ใช้เชือกหรือริบบิ้นผูกแทนเทปกาว แขวนไว้จนแห้งดี แล้วนำไปแขวนในตู้เสื้อผ้า
เท่านี้ก็สามารถไล่แมลงกินผ้าไปจากตู้เสื้อผ้าได้แล้ว
|