Homedd.com
About HomeDD FAQ Site Map Contact Us Disclaimer
Add page to Favorites
สมัครสมาชิก ฟรี รับสิทธิพิเศษมากมาย
Home Search
Home Decor
Gardening
Home Financing
Home Services
Do it yourself
Home Magazine
Web board
แนะนำเว็บไซต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับบ้านคุยกับมัณฑนากรMember Zone
Home Magazine นานาสาระเรื่องบ้าน เพื่อคนรักบ้านเช่นคุณ
เกร็ดความรู้คู่บ้าน
  กฎหมายน่ารู้

  การซื้อบ้านเพื่อลงทุน ทำเลและกฎหมาย   


บ้านนอกจากซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองแล้วยังสามารถซื้อเพื่อลงทุนได้ด้วย และเวลานี้สมควรคิดถึงบ้านในแง่มุมนี้อย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาเปรียบกับอัตราดอกเบี้ยฝากประจำอยู่ที่ประมาณร้อยละ 3% ต่อปี อัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกัน เพราะถ้าต้องการผลตอบแทนมากกว่านี้ นอกเหนือจากลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ลงทุนซื้อทองแล้ว การลงทุนซื้อบ้านให้เช่าหรือขายต่อก็เป็นทางเลือกที่ไม่น่าพลาด

อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกอย่างจะต้องมีความรู้ขั้นพื้นฐานที่จำเป็น ในกรณีของการซื้อบ้านเพื่อลงทุนนั้นก็เช่นกัน จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด

เวลาเหมาะสม ดูทำเลและราคา

เงื่อนไขเบื้องต้นก็คือ เงินที่จะมาลงทุนนั้นต้องเป็นเงินส่วนหนึ่ง อาจจะประมาณ 1 ใน 4 ของเงินที่มีอยู่ และควรทำตามหลักการพื้นฐานของการกระจายความเสี่ยงคือ นำเงินลงทุนทั้งหมดมาหาร 4 แล้วเอาส่วนหนึ่งมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าหรือขายต่อ

เมื่อจัดสรรเงินได้แล้ว ประเด็นต่อไปคือ จังหวะเวลาและการคัดเลือก เรื่องเวลา ต้องบอกว่า ตอนนี้เหมาะสมมากในการซื้อบ้านเพื่อลงทุน เพราะสามารถอาศัยประโยชน์จากมาตรการส่งเสริมการซื้อที่อยู่อาศัยจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ค่าโอน, ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมทั้งภาษีก็ลดลง เงื่อนไขการกู้ของธนาคาร และอัตราดอกเบี้ยต่ำได้อย่างดี เพราะเป็นปัจจัยที่ทำให้ซื้อง่ายขายคล่อง

ส่วนการคัดเลือกต้องดู 2 ประเด็นหลักคือ ดูทำเลเพื่อวิเคราะห์สภาพคล่องในการซื้อขาย และพิจารณาราคาเชิงเปรียบเทียบ

ซื้อบ้านคือซื้อทำเล

ภาษานักเศรษฐศาสตร์บางสำนักเรียกการซื้อที่อยู่อาศัยว่า "เช่าทำเล" แต่นักการตลาดจะพูดกันตรง ๆ ว่า ราคามาจากทำเล นั่นคือแม้บ้านจะมีหลากรูปแบบ, ชนิด, ประเภท และประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่างกันกัน แต่รากฐานสำคัญสุดคือทำเลที่ตั้ง สาระของทำเลก็คือความสะดวกสบายในการเดินทางเข้าออกไปยังสถานที่ต่างๆ และการใช้ประโยชน์จากระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

หากตั้งใจซื้อเพื่อลงทุน ให้เช่าหรือขายต่อ ก็ต้องดูทำเลที่สามารถให้เช่าและขายต่อได้สะดวกเป็นเบื้องต้น ทำเลสำหรับซื้อบ้านเพื่อลงทุนควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

มีความต้องการเช่าของนักลงทุนและนักธุรกิจต่างชาติสูง อาทิเช่น ทำเลย่านเช่าของฝรั่งและญี่ปุ่น แถวเพลินจิต สุขุมวิท สีลมและสาทร เป็นต้น
มีความต้องการเช่าของคนที่ต้องการความสะดวกในการเดินทางในเขตตัวเมือง อาทิ ทำเลย่านสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน
ทำเลที่มีความต้องการเช่าของนักเรียนนักศึกษา หมายถึงทำเลที่ใกล้สถาบันการศึกษา หรือเดินทางไปสถาบันการศึกษาสะดวก
ทำเลที่มีความต้องการเช่าของคนทำงานในพื้นที่เขตกรุงเทพฯระหว่างรอบนอกกับรอบใน นั่นคือ อยู่นอกเขตถนนรัชดาภิเษกออกไป แต่ไม่ออกนอกเขตการเดินทางของถนนรามอินทรา แจ้งวัฒนะ นวมินทร์ งามวงศ์วาน เป็นต้น ทำเลเหล่านี้มีแหล่งจ้างงานใหม่ ๆ เกิดขึ้นจากการโยกย้ายหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ รวมไปถึงการเกิดขึ้นของกิจการโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ

เหตุผลหลัก ๆ ทั้ง 4 ประการดังกล่าว นำไปสู่ทิศทางใหญ่ของการซื้อที่อยู่อาศัยคือ ซื้อให้เร็ว ซื้อทันที่ที่พร้อมและมีความต้องการ แต่ก็ควรเหลียวมองสิทธิประโยชน์ที่ควรได้อย่างทั่วด้านด้วย

ทำเลกำหนดรูปแบบ

การซื้อบ้านเพื่อการลงทุนจำเป็นต้องมีหลักยึดในการเลือกประเภทที่อยู่อาศัย หลักการพื้นฐานคือ ทำเลเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดรูปแบบ ทั้งนี้มีผลตั้งแต่รูปแบบที่อยู่อาศัยที่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะสร้างขึ้น ไปจนถึงรูปแบบที่อยู่อาศัยที่เป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งนี้เพราะรูปแบบสัมพันธ์กับราคาและประโยชน์ของพื้นที่ใช้สอย

ทำเลในย่านที่นักลงทุนและนักธุรกิจต่างชาติต้องการเช่าหรือซื้อต่อ หากเป็นเขตธุรกิจมักจะเป็นคอนโดมิเนียมขนาดประมาณ 75 ตารางเมตรขึ้นไป ทำเลที่หาตลาดจากคนต้องการความสะดวกในการเดินทางภายในเขตตัวเมืองด้วยรถไฟฟ้า จะเป็นคอนโดมิเนียมที่ขนาดเล็กลง เป็นทาวน์เฮ้าส์ในซอย

ส่วนทำเลที่จะหาตลาดจากสถาบันการศึกษาและแหล่งจ้างงานเขตกรุงเทพฯนอกแนวถนนรัชดาภิเษก จะเป็นทาวน์เฮ้าส์หรือตึกแถวทำอพาร์ทเม้นท์ก็ได้ และยังสามารถพิจารณาบ้านเดี่ยวเป็นตัวเลือกได้อีก แนวคิดก็คือเลือกรูปแบบที่อยู่อาศัยที่จะซื้อเพื่อลงทุนให้สอดคล้องกับทำเล อันหมายถึงสอดคล้องกับความต้องการของผู้ที่จะเช่าหรือซื้อต่อ

รู้ข้อมูลล่วงหน้าเรื่องภาษี

การซื้อบ้านเพื่อลงทุนต้องคิดถึงภาษีเอาไว้ด้วย โดยเฉพาะหลังจากให้เช่าระยะหนึ่งแล้วสามารถขายต่อได้ ภาษีที่หลายคนมักจะลืมนึกถึงก็คือ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และมาตรการส่งเสริมให้มีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น รัฐบาลไม่ได้ผ่อนปรนเรื่องนี้

วิธีคิดภาษีเงินได้จะหักค่าใช้จ่ายเหมาจากเงินที่ขายได้โดยคิดจากจำนวนปีที่ถือครองดังนี้ ถือครอง 1 ปีหักได้ ร้อยละ 92 ถือครอง 2 ปี ร้อยละ 84 ถือครอง 3 ปี ร้อยละ 77 ถือครอง 4 ปี ร้อยละ 71 ถือครอง 5 ปี ร้อยละ 65 ถือครอง 6 ปี ร้อยละ 60 ถือครอง7 ปี ร้อยละ 55 ถือครอง 8 ปีขึ้นไปร้อยละ 50

เมื่อหักค่าใช้จ่ายในสัดส่วนดังกล่าวแล้วเงินที่เหลือถือเป็นรายได้สุทธิแล้วหารด้วยจำนวนปีที่ถือครองได้เท่าไร ให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ต่อปี สุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีที่ถือครองจะได้เป็นจำนวนเงินภาษีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องจ่ายทั้งหมด

ทบทวนก็คือ นับจำนวนปีถือครองมาหักเหมาค่าใช้จ่าย เหลือเป็นรายได้สุทธิรวม ให้เอาจำนวนปีถือครองมาหารได้เป็นรายได้ต่อปี แล้วคำนวณภาษีที่ต้องเสียใน 1 ปี สุดท้ายเอาจำนวนปีที่ถือครองมาคูณ จะเป็นเงินภาษีรวมที่ต้องจ่าย

จำนวนปีที่ถือครองจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงคาบต่อระหว่างปี ตัวอย่างเช่น ธันวาคมกับมกราคมที่เป็นคนละปี เวลาคิดภาษีไม่ได้ต่างกัน 1 เดือนแต่ห่างกัน 1 ปี เท่ากับมีสิทธิหักเหมาค่าใช้จ่ายลดเพิ่มขึ้น โปรดพิจารณาหลักการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาคิดตามจำนวนปีที่ถือครองอีกครั้ง

ซื้อบ้านเพื่อลงทุนเลือกทำเลสำหรับสร้างรายได้ให้มาก รู้เรื่องกฎหมายเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านภาษี และเสียภาษีให้ถูกต้อง ไม่มีปัญหาเดือดร้อนถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังพร้อมค่าปรับจนกำไรหดหาย และเพิ่มความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบการเสียภาษีอื่น ๆ




  ค้นหาเรื่องที่คุณต้องการ

กรุณาระบุคำที่ต้องการค้นหา  
ค้นหา




เรื่องเด่น
"เคล็ด(ไม่)ลับ"
พบวิธีการง่ายๆ ที่คุณเองก็อาจไม่นึกมาก่อน กับเคล็ด(ไม่)ลับ ที่อ่านสนุก ทำได้เองด้วยนะคะ
More..

เกร็ดความรู้เรื่องบ้าน

Gardening

Home Decor

Homepage
New HomesHome BuildersCondominiumsHome Classified
Home RentalsHome DecorGardeningHome Financing
Home ServicesDo It YourselfHome MagazineWeb board
About HomeDDFAQSite MapContact UsDisclaimer
Best viewed with 800x600 screen resolution on an Internet Explorer 5.5 or higher
ติชมแสดงความคิดเห็น : info@homedd.com
Copyright © 2000 Land & Houses Public Company Limited. All right reserved.