|
|

 |
กฎหมายน่ารู้
|
| มีที่ดินไม่ดูแล
จะแก้ปัญหาไม่ทัน |
 |
หากครอบครองที่ดินแล้วละเลยจะเกิดผลอย่างไร
 |
1.
รัฐเอาคืน
องค์ประกอบก็คือ กรณีที่ดินมีโฉนดทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ หรือปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าเกิน
10 ปีติดต่อกัน หรือกรณีที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์
แต่ทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าเกิน
5 ปีติดต่อกัน
2. ถูกแย่งกรรมสิทธิ์หรือถูกแย่งการครอบครอง
กรณีที่ดินมีโฉนด หากบุคคลใดเข้าครอบครองที่ดินของผู้อื่นโดยสงบ โดยเปิดเผย
ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี บุคคลนั้นย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นโดยการครอบครอง
ตามที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1382 เมื่อบุคคลใดได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว บุคคลนั้นก็อาจยื่นคำร้องขอต่อศาล
ขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองดังกล่าว หลังจากศาลไต่สวนและมีคำสั่งแล้ว
ก็เอาคำสั่งศาลไปจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา 78 ประกอบด้วยกฎกระทรวงฉบับที่ 7
สำหรับที่ดินมือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือไม่ก็ตาม
ถ้าบุคคลใดได้เข้าแย่งการครอบครองจากผู้มีสิทธิครอบครองอยู่เดิมและเจ้าของเดิมไม่ฟ้องร้องเอาคืนหรือขับไล่ออกไปภายใน
1 ปี ผู้นั้นย่อมหมดสิทธิครอบครองที่ดินนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1375
ต้องช่วยกันเตือนว่า แม้ที่ดินมีโฉนดก็ปล่อยปละละเลยไม่ได้
ต้องหมั่นไปดูแล มิฉะนั้นจะมีปัญหามากมาย หากเทียบตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว
ต้นทุนในการดูแลที่ดินที่ซื้อไว้ต่ำกว่าต้นทุนในการใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปล่อยปละละเลย
ถ้าไม่ไปดูแล อาจจะเจอปัญหามีผู้เข้าไปครอบครองกระทั่งได้กรรมสิทธิ์ไปซึ่งเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก
ไม่ควรจะเกิดขึ้น กรณีที่แย่น้อยลงก็คือมี ผู้บุกรุกมาทำประโยชน์เปล่า
ๆ เมื่อเจ้าของที่ไปไล่ค่อยออก หรือถูกฟ้องร้องแพ้คดีค่อยย้าย บางทีไม่เข้าไปอยู่อาศัย
แต่ขโมยขุดหน้าดินไปขาย บางกรณีที่ดินสวยอยู่ริมน้ำ ไม่ไปดูแลที่ดินอาจจะหายไป
เพราะน้ำเซาะตลิ่งพัง
บางครั้งที่ดินเป็นหนทางสัญจรอย่างต่อเนื่องของคนหมู่มากในท้องถิ่น
เป็นทางลัดเพราะไม่มีเจ้าของเด่นชัดหรือไม่มีเจ้าของที่มาแสดงเจตนาให้รู้ว่า
ไม่ใช่ทางลัด สถานการณ์นี้หากเกิดขึ้นต่อเนื่องกันนานๆ ที่ดินนั้นอาจจะตกเป็นภาวะจำยอม
ให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ ใช้เป็นทางลัดในการสัญจรเป็นประจำก็ได้ เป็นต้น
กระทั่งตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรืออาจจะถูกรุกล้ำโดยเจ้าของที่ดินรอบข้าง
ถ้าแย่กว่านี้อาจจะมีผู้ปลอมตัวเอาที่ดินไปขาย เพราะหากปล่อยไว้นานๆ
พวกมิจฉาชีพทางด้านนี้ก็อาจจะสวมรอยเป็นเจ้าของที่ดินได้ ถ้าเกิดขึ้นกว่าจะฟ้องร้องต่อศาลจนชนะคดีก็มิใช่เรื่องง่าย
เพราะผู้ที่หลงซื้อก็ถูกหลอกเป็นเหยื่อด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ยังอาจจะได้รับโทษตามกฎหมายอีก ถ้าปล่อยละเลยจนต้นไม้ขึ้นรกรุงรังสกปรก
หรือกลายเป็นที่ทิ้งขยะ โจรผู้ร้ายหลบซ่อน อาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด
พ.ศ. 2535 มาตร 8 (2) มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 54
|

 |
ค้นหาเรื่องที่คุณต้องการ |
|

|
| "เคล็ด(ไม่)ลับ"
พบวิธีการง่ายๆ ที่คุณเองก็อาจไม่นึกมาก่อน กับเคล็ด(ไม่)ลับ
ที่อ่านสนุก ทำได้เองด้วยนะคะ |
More.. |
|
|
 |
 |
 |



|