|
|

 |
กฎหมายน่ารู้
|
| ซื้อบ้าน ต้องเตรียมเงินมากกว่าราคาบ้าน |
 |
ภาษีที่เกี่ยวกับรายได้จากการขายบ้านหรือขายอสังหาริมทรัพย์
ค่าธรรมเนียมการโอนและค่าอากร
ค่าธรรมเนียมการโอน
ค่าธรรมเนียมการโอนนี้ผู้ซื้อหรือผู้ได้อสังหาริมทรัพย์มักจะเป็นคนจ่าย
แต่ก็อาจจะตกลงกันจ่ายคนละครึ่งกับผู้ขายก็ได้ ค่าธรรมเนียมการโอนคิดที่ร้อยละ
2 ของราคาประเมินของทางราชการ นี่เป็นเกณฑ์ปกติ แต่ในห้วงเวลากู้วิกฤติเศรษฐกิจมีการช่วยเหลือเรื่องนี้โดยถ้าโอน
กรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2544 เสียค่าธรรมเนียมการโอนเพียงร้อยละ
0.01หรือ 0.01% ทั้งนี้จำกัดเฉพาะการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในเงื่อนไขดังนี้
|
 |
อาคารหรืออาคารพร้อมที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการจัดสรรที่ดิน
ที่เป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถวและอาคารพาณิชย์ ก็บรรดาที่อยู่อาศัยทั้งหลายที่ซื้อจากโครงการจัดสรรที่ถูกกฎหมาย |
| |
|
 |
การโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดทั้งหมด
การโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุด ซึ่งจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
นั่นคือไม่ว่าจะซื้อยกตึก ยกโครงการ หรือซื้อห้องเดียวก็ได้รับประโยชน์เรื่องค่าธรรมเนียมการโอนเหมือนกัน |
| |
|
จำกันง่ายๆ
ก็คือ ซื้อบ้านประเภทต่างๆ ในโครงการจัดสรร หรือซื้ออาคารชุด ที่โอนกันก่อนวันที่
31 ธันวาคม 2544 เสียค่าธรรมเนียมการโอนเพียง 0.01%
ค่าอากร
การซื้อขายที่ดินจะมีผลเมื่อมีการติดอากรแสตมป์ กฎหมายคิดร้อยละ 0.5
ของราคาประเมิน ค่าอากรนี้ในทางปฏิบัติมักจะแบ่งกันคนละครึ่ง บางแห่งผู้ขายก็จะรับจ่ายทั้งหมด
หรือบางทีก็ให้ผู้ซื้อจ่ายทั้งหมด ทั้งนี้ควรตกลงกันก่อน และถ้าไม่ได้เสียภาษีธุรกิจเฉพาะจะต้องจ่ายค่าอากรแสตมป์ใบรับในอัตราร้อยละ
50 สตางค์ หรือทุก 200 บาทเสีย 1 บาท เศษของ 200 บาทคิดเป็น 200 บาท
นี่ก็ต้องตกลงกันล่วงหน้า หลักจำก็คือ ซื้อบ้านจากโครงการไม่มีค่าใช้จ่ายตัวนี้
แถมท้ายสำหรับผู้ที่ไม่ได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วยเงินสด ต้องเตรียมชำระค่าจดจำนองด้วยในอัตราร้อยละ
1 แต่ไม่เกิน 200,000 บาทของวงเงินจำนอง
|

 |
ค้นหาเรื่องที่คุณต้องการ |
|

|
| "เคล็ด(ไม่)ลับ"
พบวิธีการง่ายๆ ที่คุณเองก็อาจไม่นึกมาก่อน กับเคล็ด(ไม่)ลับ
ที่อ่านสนุก ทำได้เองด้วยนะคะ |
More.. |
|
|
 |
 |
 |



|