|
|

 |
กฎหมายน่ารู้
|
| ซื้อบ้าน ต้องเตรียมเงินมากกว่าราคาบ้าน |
 |
 |
บ้านต้องโอนกรรมสิทธิ์ดังนั้นจึงมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่มากกว่าราคาบ้าน
เปรียบเทียบกับซื้อรถยนต์ก็จะเข้าใจง่ายขึ้น เวลาซื้อรถยนต์ไม่ได้จ่ายเฉพาะราคารถยนต์
หากมีทั้งค่าจดทะเบียน ประกัน เป็นต้น เวลาซื้อบ้านก็เช่นกัน มาตรวจสอบรายละเอียดเพื่อเตรียมตัวกันล่วงหน้าว่า
ก่อนจะได้เป็นเจ้าของบ้าน (วิมานของเรา) นั้น มีรายการไหนต้องจ่ายแน่ๆ
และรายการไหนอาจจะถูกขอให้ช่วยจ่าย
นอกจากเงินที่ต้องเตรียมไว้มากกว่าราคาบ้าน ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเรื่องมิเตอร์น้ำ
มิเตอร์ไฟซึ่งไม่ใช่ประเด็นที่กล่าวถึงในที่นี้ จุดที่จะเน้นก็คือ
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับภาษีและการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์
ภาษิตฝรั่งเขาพูดกันไว้ตลกๆ ว่า มีเรื่องอยู่สองเรื่องที่คนเราไม่ค่อยอยากจะเจอ
แต่ไม่มีใครหนีพ้น นั่นก็คือ เรื่องของภาษี และความตาย สำหรับเรื่องของภาษีนั้น
ต้องชัดเจนว่าใครคือผู้ที่จะต้องจ่าย เวลาทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์แต่ละครั้ง
จะมี ผู้ขาย (มักจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่เดิม)
และ ผู้ซื้อ (ที่จะรับโอนกรรมสิทธิ์) หลักการพื้นฐานก็คือ
ผู้ขายมีรายได้จากการขาย ผู้ซื้อได้บ้านจากการซื้อ ใครได้อะไรก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
ภาษีที่เกี่ยวกับรายได้จากการขายบ้านหรือขายอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ มีดังนี้
สรุปกันเพื่อจำง่ายๆ ตอนท้าย การซื้อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ
ต้องมีคนขาย มีคนซื้อ มีการโอน มีการจดจำนอง (เมื่อซื้อแล้วกู้แบงก์)
คนขายได้เงินได้ เตรียมจ่ายภาษีเงินได้บุคคล (ตามอัตราก้าวหน้า)
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (รวมภาษีท้องถิ่น) ก่อนสิ้นปี 2544 เท่ากับ 0.11 เปอร์เซ็นต์
(ภาษีทั้งหลายคนขายจ่าย) ผู้ซื้อได้บ้านหรืออสังหาริมทรัพย์
เตรียมชำระ ค่าอากรแสตมป์ร้อยละ 0.5 ค่าธรรมเนียมการโอน 0.01% และถ้าจำนองก็จ่ายค่าจดจำนองที่ดินร้อยละ
1 (อากร การโอน และจำนอง คนซื้อจ่าย)
ปัจจุบันนี้ มีบางโครงการต้องการช่วยผู้ซื้อและส่งเสริมการขาย เขาจะช่วยออกค่าอากรแสตมป์และค่าธรรมเนียมการโอนก็น่าสนใจดี
เพราะเป็นวงเงินไม่น้อยเหมือนกัน |

 |
ค้นหาเรื่องที่คุณต้องการ |
|

|
| "เคล็ด(ไม่)ลับ"
พบวิธีการง่ายๆ ที่คุณเองก็อาจไม่นึกมาก่อน กับเคล็ด(ไม่)ลับ
ที่อ่านสนุก ทำได้เองด้วยนะคะ |
More.. |
|
|
 |
 |
 |



|