Homedd.com
About HomeDD FAQ Site Map Contact Us Disclaimer
Add page to Favorites
สมัครสมาชิก ฟรี รับสิทธิพิเศษมากมาย
Home Search
Home Decor
Gardening
Home Financing
Home Services
Do it yourself
Home Magazine
Web board
แนะนำเว็บไซต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับบ้านคุยกับมัณฑนากรMember Zone
Home Magazine นานาสาระเรื่องบ้าน เพื่อคนรักบ้านเช่นคุณ
เกร็ดความรู้คู่บ้าน
  ครอบครัว สุขภาพ

โยคะเพื่อสุขภาพ

        คุณทราบไหมว่า...หลายพันปีมาแล้ว ชาวตะวันออก เช่น ชาวจีนและชาวอินเดียโบราณ ค้นพบวิธีรักษาร่างกายให้แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ จากกิริยาท่าทางของสัตว์ในป่าลึกว่า มีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง แล้วประดิษฐ์เป็นท่าโยคะออกมาได้หลายพันท่า หลาย ๆ ท่ามีชื่อเรียกตามชนิดสัตว์ อาทิ ท่าปลา ท่านกยูง ท่างูเห่า ฯลฯ
     ทุกวันนี้ โยคะ (Yoga)ได้กลายมาเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกในการช่วยเสริมสร้างร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง ช่วยป้องกันและรักษาโรคได้ อาทิ ปวดเข่า ปวดหลัง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ไปจนถึงอาจรักษาโรคที่เป็นหนักก็ได้ เพราะหลักการของโยคะอยู่ที่ เมื่อจิตใจสดชื่นแจ่มใสร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ทำให้โรคภัยไข้เจ็บหนีหาย มีภูมิคุ้มกันโรคสูง

        หลายปีก่อน ผู้เขียนมีโอกาสเรียนการบริหารร่างกายด้วยวิธีนี้มาจาก ท่านอาจารย์ชด หัศบำเรอ (ปัจจุบันได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว) ปรมาจารย์ด้านโยคะ ซึ่งร่ำเรียนมาจากโยคีตนหนึ่งที่อินเดีย และพบว่า ศาสตร์แขนงนี้สามารถป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ซึ่งตรงกับแนวโน้มของวงการแพทย์สมัยใหม่เป็นอย่างดีนั่นเอง

        เพราะปัจจุบัน วงการแพทย์สมัยใหม่หันมาเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง มากกว่าการรักษาเมื่อเจ็บป่วยแล้ว พูดตามพุทธภาษิตที่กล่าวไว้ว่า "อโรคยา ปรมา ลาภา" ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ นั่นเอง

         ดังนั้น ผู้เขียนจึงขออนุญาตนำศาสตร์และวิทยาการของคนโบราณที่น่าสนใจนี้มาเผยแพร่ให้คุณทราบ เพื่อฝึกร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งจะส่งผลไปถึงอะไรอีกหลาย ๆ ด้าน โยคะ แตกต่างจากการออกกำลังกายแบบอื่น สามารถปฏิบัติได้ทุกเพศทุกวัย ลูกชายอายุ 10 ขวบ ของผู้เขียนปฏิบัติโยคะก่อนการเล่นเทนนิส เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและเพิ่มความคล่องตัวในการเล่นกีฬา แต่ก่อนจะเริ่มการบริหารร่างกายด้วยโยคะ เราควรทำความเข้าใจกับหลักของโยคะเสียก่อน

         โยคะเป็นการออกกำลังกายที่สามารถปฏิบัติได้ทุกสถานที่ที่ต้องการไม่ต้องมีอุปกรณ์ใด ๆ ช่วย สวมเสื้อผ้าที่สบายเพื่อความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว (หรือจะไม่สวมเลยเช่นโยคีผู้ค้นคิดก็ได้) ขณะบริหารท่าโยคะ ที่เรียกกันว่า อาสนะ ต้องรักษาจังหวะการหายใจควบคู่กับจังหวะร่างกาย (แต่สำหรับเด็กเล็กยังไม่สามารถกำหนดหรือควบคุมลมหายใจได้ ให้ทำท่าให้ถูกต้องก็พอ)

         จุดสำคัญของการฝึกโยคะ คือ ผ่อนคลายจิตใจที่หมกมุ่นสับสน ให้มารวมอยู่กับการออกกำลังกายทำให้เกิดเป็นสมาธิขึ้น สิ่งที่ทำให้โยคะต่างไปจากการออกกำลังกายอื่นก็คือ เมื่อทำแล้ว ร่างกายและจิตใจได้รับการพักผ่อนเต็มที่หลังการปฏิบัติ คุณจะรู้สึกได้ว่าร่างกายเบา จิตใจแจ่มใส

         การรับประทานอาหารถูกต้องควบคู่ไปกับการฝึกโยคะ จะทำให้การฝึกได้ผลดีขึ้นโดยยึดหลักโภชนาการที่ถูกต้อง การบริโภคอาหารที่มากเกินไป มันก็คือ ยาพิษ นั่นเอง การควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการฝึกโยคะนั้น หลายคนทำได้หลาย ๆ แต่หลายคนอาจยากที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคจนไม่คิดจะฝึก แต่นั่นไม่ได้บังคับให้ "ต้อง" ทำ คุณอาจยังคงนิสัยการบริโภคแบบเดิมอยู่ได้ แต่เมื่อฝึกโยคะไปสักระยะหนึ่งแล้วพฤติกรรมการบริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปเองโดยอัตโนมัติ เป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น บางคนอาจเลิกสิ่งเสพติดทั้งหลายได้เลย เช่น เลิกดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เป็นต้น

ทั้งนี้ ตามหลักวิชาการของโยคะที่ รศ.ดร.เกียรติวรรณ อมาตยกุล ผู้ฝึกโยคะมานานนับสิบปี เคยกล่าวไว้นั้น ช่วยอธิบายให้เข้าใจลึกลงไปอีกว่าคนทั่วไปมักมองโยคะที่ท่าทางยาก ๆ ประเภทหัวลงดิน ตีนชี้ฟ้า แต่ โยคะที่แท้จริง แปลว่า "Easy Posture" เป็นท่าง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็นนัก การฝึกโยคะนอกเหนือจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงสมส่วน เลือดลมเดินสะดวกเหมือนการออกกำลังกายวิธีอื่นแล้วยังช่วยบริหารต่อมไร้ท่อในร่างกาย

        โยคีโบราณพบว่าร่างกายคนเรามีต่อมไร้ท่อที่ผลิตฮอร์โมนออกมา อันเป็นฮอร์โมนที่ส่งผลต่ออารมณ์ต่อความรู้สึกของคนเรา การฝึกโยคะจะช่วยบริหารต่อมไร้ท่อต่าง ๆ ในร่างกายให้ทำงานสมดุลกัน ดังนั้น โดยหลักของโยคะ จะมีผลต่อการควบคุมสภาพจิตใจและอารมณ์ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของโยคะ มิได้อยู่ที่ "ท่าทาง" หากอยู่ที่ "ลมหายใจและความคิด" ในขณะที่ทำ ยกตัวอย่างเช่นการหายใจเข้า รับเอาพลังความรักเข้ามาสู่ตัวเรา หายใจออก เอาความเหนื่อยล้า ความเครียดออกไปจากตัวเรา ต้องคิดแต่สิ่งดี ๆ จิตใจก็จะสงบไม่ ยุ่งเหยิง เหตุที่โยคะเป็นท่าที่ต้องทำพร้อมกับควบคุมลมหายใจ การจดจ่อกับท่าทาง และการหายใจ ทำให้ใจคอว่อกแว่กยาก จึงส่งผลก่อให้เกิดเป็น สมาธิ สติ เป็นการพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจไปด้วยพร้อม ๆ กัน

         เป้าหมายสูงสุดจริง ๆ ของโยคะ คือ

                - Physical Fit ร่างกายแข็งแรง
                - Mentally Strong จิตใจเข้มแข็ง
                - Spiritual Elevated มีสปิริต มีจิตใจที่เปิดกว้าง

นี้คือหลัก 3 ประการของโยคะ ซึ่งจะส่งผลต่อไปถึงอาชีพการงาน และทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น อ่านมาถึงตรงนี้ คุณอาจชักจะท้อใจว่า การฝึกโยคะเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมเสียก่อน แต่ทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้น

คุณอาจเริ่มครั้งแรกในเวลาว่างเพียง 5 นาที แรก ๆ อาจขลุกขลัก ไม่เห็นผล แต่ขอให้ลองไปอีก 2-3 ครั้ง ฝึกแบบรีแล็กซ์ ผ่อนคลายอาจเปิดเพลงเบา ๆ คลอไปด้วยก็ได้ คุณจะเริ่มรู้สึกดีขึ้นจิตใจและสมองแจ่มใสขึ้น ก็จะเกิดกำลังใจทำต่อ เพิ่มเวลาไปเรื่อย ๆ 10 นาที 15 นาที เรียกว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับคุณ

        หากการจะเริ่มต้นที่ดีจริง ๆ คุณอาจต้องการคำแนะนำชี้แนะจากผู้รู้จริงหรือเคยฝึกปฏิบัติมาก่อน เพราะหากฝึกแบบผิด ๆ อาจเจ็บตัวจนเข็ดไปเลยก็ได้ หรือการฝึกแบบลองผิดลองถูก บางครั้งลองผิดมานานชินกับท่าที่ผิดไปแล้ว การแก้ไขให้ถูกต้องอาจยากยิ่งกว่าคนไม่เป็นเริ่มต้นฝึกก็ได้

         เมื่อคุณฝึกโยคะด้วยความรู้สึกสนุกเห็นผลเบื้องต้นในแง่บวก จนคุณฝึกต่อไปเรื่อย ๆ เป็นกิจวัตรที่ขาดเสียมิได้ ผลอื่น ๆ จะตามมามากมายคือ สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ จิตใจของเรามีส่วนสัมพันธ์กับร่างกาย ถ้าเครียดมาก จิตใจวุ่นวาย ภูมิคุ้มกันร่างกายจะน้อยลง สามารถเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย หายสุขภาพจิตดี ร่างกายก็สร้างภูมิคุ้มกันโรคดี อีกทั้งการฝึกโยคะ เป็นการบริหารร่างกายให้แข็งแรง บริหารการทำงานของต่อมไร้ท่อให้สมดุลกัน โรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่กล้ำกรายมาใกล้คุณเลย

        จะต้องปฏิบัตินานเท่าใดจึงจะเห็นผล เพียงสัปดาห์เดียว เมื่อปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ แม้เพียงแค่ท่าเริ่มต้น คือ ท่าไหว้พระอาทิตย์ ก็ตาม คุณก็จะรู้สึกว่าท่าทางการทรงตัวของคุณดูสง่างามและมีความมั่นใจยิ่งขึ้น ผู้เขียนเองเคยก้มลงเก็บของที่ตกบนพื้นไม่ได้ แต่หลังจากปฏิบัติท่าไหว้พระอาทิตย์นี้แล้ว หลังที่รู้สึกยืดไม่ได้จะตั้งตรง ก้มเก็บของที่ตกอยู่กับพื้นได้อย่างง่ายดาย รศ.ดร.เกียรติวรรณ อมาตยกุล อาจารย์ประจำ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"การฝึกโยคะทำให้พฤติกรรมการบริโภคของผมเปลี่ยนไป" 

" ผมฝึกโยคะมานานเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว ก็ทำได้อย่างน้อย 5-6 ท่า โยคะเบื้องต้นนี้เป็นท่าเกี่ยวกับการบำรุงรักษาตนเอง ทำให้อารมณ์ดี
  ตอนแรกที่ฝึกโยคะเป็นเพราะเข่าเจ็บ รักษาแพทย์แผนปัจจุบันเท่าไหร่ก็ไม่หาย พอดีมีคนแนะนำให้ฝึกโยคะก็ลอง

ทำได้ผลก็ทำติดต่อกันมา แต่ตอนนั้น ฝึกอาสนะอย่างเดียว ฝึกท่า แต่จิตใจยังไม่เข้าที่เข้าทาง"มาตอนหลัง ๆ ถึงได้ฝึกแบบนีโอฮิวแมนนิสม์ ฝึกทั้งร่ายกาย จิตใจ สปิริตคิดว่า การฝึกโยคะทำให้พฤติกรรมการบริโภคของผมเปลี่ยนไป เมื่อก่อนดื่มเหล้าจัด ชอบทานสเต็ก และไม่เคยคิดจะเลิก แต่มันเปลี่ยนไปเอง"

"สมมุติ ผมดื่มแล้วเป็นแบบ get high มีความสุขในจุดหนึ่ง แต่มันส่งผลเสียในภายหลัง อาจเมาค้างข้ามวันข้ามคืน มาตอนหลังฝึกโยคะ ก็เอ๊ะ...มันก็ไปถึงในจุดเดียวกัน มันมีความสุขเหมือนกัน เลยเลิกดื่ม พูดง่าย ๆ ว่าคนที่ฝึกจิตไปแล้ว จะเลิกสิ่งเสพติด"

"รู้สึกร่างกายดีขึ้น ขับถ่ายดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ตัวหอมขึ้น จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเอง ชีวิตเปลี่ยน อะไร ๆ หลายอย่างก็เปลี่ยนทุกวันนี้ ผมทานมังสวิรัติ เลิกดื่ม เลิกทานเนื้อ มันค่อย ๆ ลดลงมาเอง"

ตอนหน้าเรามาเริ่มต้นที่ท่าพื้นฐาน ท่าไหว้พระอาทิตย์กันนะคะ





  ค้นหาเรื่องที่คุณต้องการ

กรุณาระบุคำที่ต้องการค้นหา  
ค้นหา




เรื่องเด่น
"เคล็ด(ไม่)ลับ"
พบวิธีการง่ายๆ ที่คุณเองก็อาจไม่นึกมาก่อน กับเคล็ด(ไม่)ลับ ที่อ่านสนุก ทำได้เองด้วยนะคะ
More..

เกร็ดความรู้เรื่องบ้าน

Gardening

Home Decor

Homepage
New HomesHome BuildersCondominiumsHome Classified
Home RentalsHome DecorGardeningHome Financing
Home ServicesDo It YourselfHome MagazineWeb board
About HomeDDFAQSite MapContact UsDisclaimer
Best viewed with 800x600 screen resolution on an Internet Explorer 5.5 or higher
ติชมแสดงความคิดเห็น : info@homedd.com
Copyright © 2000 Land & Houses Public Company Limited. All right reserved.