Homedd.com
About HomeDD FAQ Site Map Contact Us Disclaimer
Add page to Favorites
สมัครสมาชิก ฟรี รับสิทธิพิเศษมากมาย
Home Search
Home Decor
Gardening
Home Financing
Home Services
Do it yourself
Home Magazine
Web board
แนะนำเว็บไซต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับบ้านคุยกับมัณฑนากรMember Zone
Home Magazine นานาสาระเรื่องบ้าน เพื่อคนรักบ้านเช่นคุณ
เกร็ดความรู้คู่บ้าน
  ครอบครัว สุขภาพ

เมื่อลูกเป็นหวัด

           ในชีวิตของเด็ก ๆ มักมีคำถามว่าเป็นโรคอะไรมากที่สุด ตอบได้ทันทีค่ะว่า "โรคหวัด" ทั้งนี้เพราะเชื้อหวัดเกิดจากไวรัสร้อย ๆ ชนิด  ไม่มียาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อไวรัส เมื่อเด็กเล็กเป็นชนิดใดแล้วก็จะมีภูมิต้านทานต่อต้านไว้รัสเฉพาะชนิดนั้น  เช่น ชนิดเอเป็นแล้วมีภูมิต่อชนิดเอ แต่ไม่ได้ป้องกันชนิดบี ซี ดี ถึงแซด และมีมากกว่าแซดอีก กว่าที่เด็กเล็กจะมีภูมิต้านทานก็อายุเข้าประถม 1

         ดังนั้น เด็กจึงเป็นหวัดกันงอมแงมในวัยอนุบาลค่ะ เด็กเล็กมาก ๆ เช่น ทารก ที่อยู่กับบ้านเป็นเด็กอ่อนเดือนกลับไม่ค่อยเป็นเพราะไม่มีคนช่วยแพร่เชื้อโรค

การป้องกันโรคหวัด
         เนื่องจากเชื้อไวรัสแพร่ง่าย ๆ แค่ ไอ จาม รดกัน ดื่มน้ำด้วยกัน   เด็กจูบกันก็แพร่ได้ เด็กวัยอนุบาลที่มีเพื่อนเป็นหวัด จะแพร่ถึงกันเร็ว เพราะยังไม่มีภูมิคุ้มกัน การป้องกัน คือ ถ้าลูกไม่สบายเป็นหวัด ไม่ควรผลักดันให้ลูกไปโรงเรียน  ควรให้ลูกพักอยู่กับบ้านสักวันสองวัน พอทุเลา  เพื่อมิให้แพร่เชื้อสู่เพื่อน ๆ และให้ลูกพักจะได้หายเร็ว ๆ

         นอกจากโรงเรียนแล้ว ที่บ้านก็สำคัญผู้ใหญ่ที่รู้สึกไม่สู้สบาย  ครั่นเนื้อครั่นตัว  ไ อ จาม  คอเจ็บ  อย่ากอดจูบเด็ก ควรจะห่างเด็กสักพัก ถ้าเป็นคุณแม่ที่ต้องให้นมลูกก็ควรหาผ้าปิดจมูก กันมิให้เชื้อจากผู้ใหญ่สู่เด็ก

         สถานที่แออัดก็ไม่ควรพาเด็ก ๆไป โดยเฉพาะฤดูฝนฤดูหนาวที่มีโรคหวัดมาก ทั้งนี้เพราะเชื้อโรคแพร่กระจายจากคนไปเที่ยวเป็นพัน ๆ คน ถ้าลูกเป็นหวัด ไม่ควรให้ลูกไปโรงเรียน ลูกจะได้หายเร็วๆ และไม่ไปแพร่เชื้อสู่เพื่อนๆ

         ส่วนบ้านที่ติดแอร์ ปิดประตูหน้าต่างทึบ แถมใส่ม่านหนา ๆ เมื่อไม่ได้ใช้แอร์ ควรเปิดม่านเปิดหน้าต่างให้ลมโกรก ให้แสงแดดที่มีรังสีอัลตร้าไวโอเล็ตทำลายเชื้อโรค

การรักษาเมื่อเป็นหวัด
         ปกติ โรคหวัดจะหายภายใน 3 วัน ไม่เกิน 5 วัน แต่ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงอาจมีโรคแทรก  เช่น  ปอดบวม  ท้องเสีย  ไซนัสอักเสบ (ในเด็กโต)  หูอักเสบ  และหูน้ำหนวก   จึงควรให้ร่างกายอบอุ่น ให้กินอาหารอ่อน ๆ ย่อยง่าย    ถ้าแน่นจมูกมาก ขอยาจากแพทย์แล้วลูกยังหายใจไม่ออก ซ้ำเป็นเด็กเล็กที่สั่งน้ำมูกยังไม่เป็น   อาจจะใช้ลูกยางช่วยดูดน้ำมูกจากจมูก  ลูกตัวร้อนก็ใช้เช็คตัวด้วยน้ำอุ่น หรือให้กินยาตามแพทย์สั่ง บางคนใช้วิคชุบสำลี วางข้าง ๆ หมอนก็ได้

           นอกนั้นก็หมั่นสังเกตอาการว่าจะมีอะไรผิดปกติไปจากโรคหวัดบ้าง เช่น อาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ ถ่ายถี่กว่าปกติ แสดงว่าอาจจะมีโรคท้องเสียแทรก   การดูแลง่าย ๆ คือ  การผสมนมให้จางลง  เช่น  เคยใส่นม 4 ช้อน ต่อน้ำ 4 ออนซ์ ก็ใส่จางลงเป็น 2 ช้อน ต่อน้ำเท่าเดิม    เด็กจะย่อยนมได้ดีและอาการท้องเสียอาจจะทุเลา ถ้าไม่ดีอาจใช้ผงเกลือแร่ละลายตามคำแนะนำของแพทย์

         เด็กบางคนเชื้อจากโรคหวัดลุกลามสู่หูส่วนกลาง   ถ้าเป็นมากจะมีหูน้ำหนวกและหูตึงหูหนวกได้ เด็กเล็ก ๆ พูดก็ยังไม่เป็นจึงได้แต่ร้องกรี๊ด ๆ เอามือไชหูหรือตึงใบหูพร้อมกับร้องเสียงดัง มีไข้ไม่หาย กลางคืนไม่นอน งอแงมากที่สุด ควรไปหาแพทย์ค่ะ มิฉะนั้น หูอาจตึงได้ในตอนโต

คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลอย่างไร
         ก็ใกล้ชิดซิคะ เด็กป่วยย่อมจะต้องการพ่อแม่ที่สุด เขาจะหงุดหงิดโยเยให้ปลอบโยน เล่นด้วย คอยดูแลเรื่องอาหารการกิน ถ้าเสมหะเหนียวต้องให้ดื่มน้ำ หรือกินอาหารเหลว ๆ มากขึ้น เสมหะจะได้หลุดง่ายขึ้น ไม่อึดอัดพอหายแล้วเด็กก็จะกินเก่งเล่นเก่งเหมือนเด็กปกติค่ะ



  ค้นหาเรื่องที่คุณต้องการ

กรุณาระบุคำที่ต้องการค้นหา  
ค้นหา




เรื่องเด่น
"เคล็ด(ไม่)ลับ"
พบวิธีการง่ายๆ ที่คุณเองก็อาจไม่นึกมาก่อน กับเคล็ด(ไม่)ลับ ที่อ่านสนุก ทำได้เองด้วยนะคะ
More..

เกร็ดความรู้เรื่องบ้าน

Gardening

Home Decor

Homepage
New HomesHome BuildersCondominiumsHome Classified
Home RentalsHome DecorGardeningHome Financing
Home ServicesDo It YourselfHome MagazineWeb board
About HomeDDFAQSite MapContact UsDisclaimer
Best viewed with 800x600 screen resolution on an Internet Explorer 5.5 or higher
ติชมแสดงความคิดเห็น : info@homedd.com
Copyright © 2000 Land & Houses Public Company Limited. All right reserved.