|
เมื่อลูกเป็นหวัด
ในชีวิตของเด็ก
ๆ มักมีคำถามว่าเป็นโรคอะไรมากที่สุด ตอบได้ทันทีค่ะว่า "โรคหวัด"
ทั้งนี้เพราะเชื้อหวัดเกิดจากไวรัสร้อย ๆ ชนิด ไม่มียาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อไวรัส
เมื่อเด็กเล็กเป็นชนิดใดแล้วก็จะมีภูมิต้านทานต่อต้านไว้รัสเฉพาะชนิดนั้น
เช่น ชนิดเอเป็นแล้วมีภูมิต่อชนิดเอ แต่ไม่ได้ป้องกันชนิดบี ซี ดี
ถึงแซด และมีมากกว่าแซดอีก กว่าที่เด็กเล็กจะมีภูมิต้านทานก็อายุเข้าประถม
1
ดังนั้น
เด็กจึงเป็นหวัดกันงอมแงมในวัยอนุบาลค่ะ เด็กเล็กมาก ๆ เช่น ทารก
ที่อยู่กับบ้านเป็นเด็กอ่อนเดือนกลับไม่ค่อยเป็นเพราะไม่มีคนช่วยแพร่เชื้อโรค
การป้องกันโรคหวัด
เนื่องจากเชื้อไวรัสแพร่ง่าย
ๆ แค่ ไอ จาม รดกัน ดื่มน้ำด้วยกัน เด็กจูบกันก็แพร่ได้
เด็กวัยอนุบาลที่มีเพื่อนเป็นหวัด จะแพร่ถึงกันเร็ว เพราะยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
การป้องกัน คือ ถ้าลูกไม่สบายเป็นหวัด ไม่ควรผลักดันให้ลูกไปโรงเรียน
ควรให้ลูกพักอยู่กับบ้านสักวันสองวัน พอทุเลา เพื่อมิให้แพร่เชื้อสู่เพื่อน
ๆ และให้ลูกพักจะได้หายเร็ว ๆ
นอกจากโรงเรียนแล้ว
ที่บ้านก็สำคัญผู้ใหญ่ที่รู้สึกไม่สู้สบาย ครั่นเนื้อครั่นตัว
ไ อ จาม คอเจ็บ อย่ากอดจูบเด็ก ควรจะห่างเด็กสักพัก
ถ้าเป็นคุณแม่ที่ต้องให้นมลูกก็ควรหาผ้าปิดจมูก กันมิให้เชื้อจากผู้ใหญ่สู่เด็ก
สถานที่แออัดก็ไม่ควรพาเด็ก
ๆไป โดยเฉพาะฤดูฝนฤดูหนาวที่มีโรคหวัดมาก ทั้งนี้เพราะเชื้อโรคแพร่กระจายจากคนไปเที่ยวเป็นพัน
ๆ คน ถ้าลูกเป็นหวัด ไม่ควรให้ลูกไปโรงเรียน ลูกจะได้หายเร็วๆ
และไม่ไปแพร่เชื้อสู่เพื่อนๆ
ส่วนบ้านที่ติดแอร์
ปิดประตูหน้าต่างทึบ แถมใส่ม่านหนา ๆ เมื่อไม่ได้ใช้แอร์ ควรเปิดม่านเปิดหน้าต่างให้ลมโกรก
ให้แสงแดดที่มีรังสีอัลตร้าไวโอเล็ตทำลายเชื้อโรค
การรักษาเมื่อเป็นหวัด
ปกติ
โรคหวัดจะหายภายใน 3 วัน ไม่เกิน 5 วัน แต่ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงอาจมีโรคแทรก
เช่น ปอดบวม ท้องเสีย ไซนัสอักเสบ (ในเด็กโต)
หูอักเสบ และหูน้ำหนวก จึงควรให้ร่างกายอบอุ่น
ให้กินอาหารอ่อน ๆ ย่อยง่าย ถ้าแน่นจมูกมาก ขอยาจากแพทย์แล้วลูกยังหายใจไม่ออก
ซ้ำเป็นเด็กเล็กที่สั่งน้ำมูกยังไม่เป็น อาจจะใช้ลูกยางช่วยดูดน้ำมูกจากจมูก
ลูกตัวร้อนก็ใช้เช็คตัวด้วยน้ำอุ่น หรือให้กินยาตามแพทย์สั่ง
บางคนใช้วิคชุบสำลี วางข้าง ๆ หมอนก็ได้
นอกนั้นก็หมั่นสังเกตอาการว่าจะมีอะไรผิดปกติไปจากโรคหวัดบ้าง
เช่น อาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ ถ่ายถี่กว่าปกติ แสดงว่าอาจจะมีโรคท้องเสียแทรก
การดูแลง่าย ๆ คือ การผสมนมให้จางลง เช่น เคยใส่นม
4 ช้อน ต่อน้ำ 4 ออนซ์ ก็ใส่จางลงเป็น 2 ช้อน ต่อน้ำเท่าเดิม เด็กจะย่อยนมได้ดีและอาการท้องเสียอาจจะทุเลา
ถ้าไม่ดีอาจใช้ผงเกลือแร่ละลายตามคำแนะนำของแพทย์
เด็กบางคนเชื้อจากโรคหวัดลุกลามสู่หูส่วนกลาง
ถ้าเป็นมากจะมีหูน้ำหนวกและหูตึงหูหนวกได้ เด็กเล็ก
ๆ พูดก็ยังไม่เป็นจึงได้แต่ร้องกรี๊ด ๆ เอามือไชหูหรือตึงใบหูพร้อมกับร้องเสียงดัง
มีไข้ไม่หาย กลางคืนไม่นอน งอแงมากที่สุด ควรไปหาแพทย์ค่ะ มิฉะนั้น
หูอาจตึงได้ในตอนโต
คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลอย่างไร
ก็ใกล้ชิดซิคะ
เด็กป่วยย่อมจะต้องการพ่อแม่ที่สุด เขาจะหงุดหงิดโยเยให้ปลอบโยน เล่นด้วย
คอยดูแลเรื่องอาหารการกิน ถ้าเสมหะเหนียวต้องให้ดื่มน้ำ หรือกินอาหารเหลว
ๆ มากขึ้น เสมหะจะได้หลุดง่ายขึ้น ไม่อึดอัดพอหายแล้วเด็กก็จะกินเก่งเล่นเก่งเหมือนเด็กปกติค่ะ
|