|

เมื่ออยากจะปลูกกระท่อมน้อยสักหลัง
การจะปลูกบ้านทรงกระท่อมไว้พำนักอาศัยในเมืองสักหลังนั้น
อยากจะฝากเป็นแนวคิดไว้ว่า เสน่ห์ของบ้านทรงกระท่อมนั้น
มิใช่ขึ้นอยู่เพียงแค่รูปทรงของบ้านเพียงอย่างเดียว ความสมบูรณ์แบบของบ้านสไตล์นี้
คือการสร้างบรรยากาศรอบๆ ตัวบ้านให้ร่มรื่นด้วยธรรมชาติของต้นไม้ใบหญ้า
การผสานธรรมชาติให้เข้ากับรูปแบบของบ้านที่ดูกะทัดรัด
เรียบง่าย สมถะ การวางผังพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน และการออกแบบตกแต่งภายในที่ทำให้พื้นที่ขนาดกะทัดรัดนี้ดูกว้างสบาย
น่าอยู่ และใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าในขณะเดียวกัน
การจัดภูมิสถาปัตย์
รากฐานของบ้านทรงกระท่อม
ก็มาจากบ้านในสไตล์คันทรี่ซึ่งเน้นการสร้างบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติ
ดังนั้น อาณาบริเวณที่คุณจะปลูกบ้านทรงกระท่อม
จึงควรจะมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการจัดสวนในรูปแบบธรรมชาติ
(Informal Landscape) ที่งดงามด้วยสีสันของไม้ดอกบานสะพรั่งอยู่รายรอบ
มีซุ้มไม้เลื้อยปลูกไม้ดอกกลิ่นหอมเย็นทอดตัวพันเกี่ยวให้ร่มไม้ร่มรื่นรำไร
ต้นไม้ใหญ่ยืนต้นแผ่กิ่งก้านอย่างอิสระตามธรรมชาติ ควรหลีกเลี่ยงการตัดแต่งต้นไม้เป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ
เช่น พวกรูปทรงสี่เหลี่ยม ทรงกลมต่างๆ ซึ่งดูขัดกับบ้านในสไตล์นี้
สีสันของตัวบ้าน
ควรเลือกโทนสีในแนว earth tone ที่ดูกลมกลืนกับธรรมชาติรายรอบตัวบ้าน
นอกจากนั้น องค์ประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่งน่าจะนำมาพิจารณา
ก็คือ การต่อเติมระเบียงหรือเฉลียงชมสวนออกมาจากตัวบ้านเพื่อไว้ใช้นั่งเล่นพักผ่อน
ส่วนพักผ่อนส่วนนี้คือวิธีง่ายๆ ที่จะเชื่อมโยงการพักผ่อนภายในบ้านหลังน้อยนี้
เข้ากับธรรมชาติอันสวยงามภายนอก ซึ่งก็เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของบ้านสไตล์กระท่อมที่เน้นความผาสุกของชีวิตที่ได้กลับไปอยู่กับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดนั่นเอง
นอกจากนั้น ส่วนพักผ่อนนอกบ้านส่วนนี้ยังเหมาะกับบ้านพื้นที่จำกัด
เพราะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยไม่รู้สึกอึดอัดจำเจกับการอยู่ภายในบ้านตลอดเวลา
รูปทรงและขนาดของบ้าน
เสน่ห์อย่างหนึ่งของบ้านทรงกระท่อมในเชิงของนักออกแบบนั้น
อยู่ที่การจัดขนาดของบ้านและองค์ประกอบต่างๆ ในบ้านให้มีความพอดีกับผู้อยู่อาศัยและเข้ากับสัดส่วนของมนุษย์
ทำให้ได้สัมผัสของความอบอุ่น ใกล้ชิด และปลอดภัย
เช่น ประตูทางเข้าบ้านที่ให้ความรู้สึกถึงการต้อนรับที่อบอุ่นด้วยไมตรีจิต
ไม่ดูใหญ่โตโอฬารจนข่มให้ผู้ที่เดินเข้าบ้านรู้สึก "เหลือตัวนิดเดียว"
ขนาดของห้องต่างๆ ไม่ใหญ่โต แต่ให้ความคล่องตัวในการใช้สอย
เป็นต้น
การเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในส่วนต่างๆ
ของตัวบ้านออกไป เช่น การเพิ่ม bay window หรือ nook
ในส่วนรับประทานอาหาร หรือ ส่วนนั่งเล่นพักผ่อนภายในบ้าน รวมทั้งการต่อเติมเฉลียงภายนอกดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
ก็นับเป็นองค์ประกอบน่าสนใจที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านดูเป็นมุมให้ความเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น
รูปแบบของหน้าต่าง
จะเน้นหน้าต่างแนวตั้งทรงสูง
ซึ่งเปิดรับแสงสว่างธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านได้อย่างเต็มที่ ถ้าเป็นบ้านที่มีชั้นครึ่ง
หน้าต่างของชั้นบนมักจะทำให้เป็นทรงสูง แคบ
และยาวจรดพื้นเพื่อเพิ่มมิติในแนวสูงให้กับผนังและช่วยให้บ้านดูโปร่ง
นอกจากนั้น ยังนิยมที่จะแบ่งซอยลูกฟักกระจกออกเป็นตาราง
เพื่อให้หน้าต่างดูบานเล็กลง เพื่อให้เข้ากับขนาดของตัวบ้าน
และพอดีกับสัดส่วนของมนุษย์
เมื่อพูดถึงเรื่องของขนาดของบานหน้าต่างนั้น
มีแนวคิดในเชิงจิตวิทยา ที่น่าสนใจจากหนังสือ
Pattern Language โดย Christopher Alexander เขียนไว้ว่า เรามักเข้าใจว่าหน้าต่างกระจกบานกว้างที่เปิดรับวิวได้เต็มตานั้น
คือการช่วยให้รู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ในทางจิตวิทยาค้นพบสิ่งที่ตรงกันข้าม
คือ หน้าต่างกระจกที่กว้างมากๆ นั้น กลับทำให้มนุษย์เรารู้สึกโดดเดี่ยวจากธรรมชาติยิ่งขึ้น
เพราะภาพที่เปิดกว้างมากๆ อยู่เผชิญหน้าของเราอยู่นั้น ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในที่เปิดเผย
ไม่มีที่กำบัง และทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัย
ในทางกลับกัน หน้าต่างบานเล็กนั้น ขนาดกรอบที่เล็กจะช่วยให้เรามีกรอบในการมองที่ดีขึ้น
ได้ทัศนวิสัยที่เด่นชัดขึ้น ลูกฟักกระจกที่แบ่งซอยเป็นตารางนั้น
จะช่วยให้เรารู้สึกว่าอยู่ในที่กำบังที่อบอุ่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น
(คลิกที่ภาพเพื่อดูรายละเอียด)
หลังคา
หลังคาของบ้านทรงกระท่อมในสไตล์คันทรีทั่วไปนั้น
จะเป็นหลังคาเดี่ยวทรงจั่วสูงชัน ซึ่งทำให้พื้นที่ภายในบ้านดูโปร่ง
กว้าง สบาย และมีระบบการระบายอากาศที่ดี ส่วนบ้านทรงกระท่อมที่สร้างในสไตล์นีโอกอธิคนั้น
จะมีการทำหลังคาที่ยื่นออกมาเป็นรูปหน้าจั่ว (gable) ออกมาหลายด้าน
ซึ่งก็จะช่วยให้การจัดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นและจัดได้อย่างมีลูกเล่นมากขึ้น
|