| บุคคลต่างด้าวจะมีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดในประเทศไทยได้ด้วยหลักเกณฑ์
2 ประการตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 และฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2542) คือ
| 1. |
ต้องเป็นบุคคลต่างด้าวตามมาตรา
19 บุคคลต่างด้าวอาจถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ต้องเป็นบุคคลกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
|
| |
| 1) |
คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง |
| 2)
|
คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร
ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน |
| 3) |
นิติบุคคตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 97 และมาตรา 98 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย |
| 4) |
นิติบุคคลซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
พ.ศ.2542 และได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
|
| 5)
|
คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลที่กฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว
ซึ่งนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อชำระค่าห้องชุด
|
|
| 2. |
อาคารชุดแต่ละอาคารชุดจะมีคนต่างด้าวและหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ในมาตรา
19 ถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินอัตราร้อยละ
49 ของเนื้อที่ของห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้นในขณะที่ขอจดทะเบียนอาคารชุด
|
กรณีอาคารชุดนั้น
ตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเทศบาล หรือเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง
และมีที่ดินที่ตั้งอาคารชุดรวมกับที่ดินที่มีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน
สำหรับเจ้าของร่วมทั้งหมดไม่เกินห้าไร่
คนต่างด้าวสามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้
100% ของห้องชุดทั้งหมด โดยมีกำหนดระยะเวลาที่คนต่างด้าวสามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้
100% ไม่เกินวันที่ 28 เมษายน 2547 เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว คนต่างด้าวมีสิทธิ์ถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้เพียง
49% ของเนื้อที่ห้องชุดทั้งหมด แต่สิทธิ์ของคนต่างด้าวและนิติบุคคลต่างด้าวที่ถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดไว้ไม่เกิน
49% ก่อนวันที่ 28 เมษายน 2547 ยังคงมีอยู่ตามเดิม
ที่มา: กรมที่ดิน

|