Homedd.com
บ้านใหม่ | บ้านมือสอง | บ้านเช่า | คอนโดมิเนียม | รับสร้างบ้าน | จัดสวน
Add page to Favorites
English Version
สมัครสมาชิก ฟรี รับสิทธิพิเศษมากมาย
Home Search
Home Decor
Gardening
Home Financing
Home Services
Do it yourself
Home Magazine
Web board


Sign-in สมาชิก
Sign-in name
Password
ลืม Password
คำนวณค่าใช้จ่ายเรื่องบ้านอัตโนมัติ
ตรวจสอบรายชื่อโครงการที่ถูกฟ้องร้องโดย สคบ. Member Zone ค้นหาข่าวอสังหาริมทรัพย์น่ารู้
Condominiums รวมคอนโดมิเนียมจากทุกทำเล พร้อมข้อมูลโครงการ แบบ ขนาดห้อง และราคา
  เกร็ดความรู้เรื่องคอนโดมิเนียม

สิ่งที่คุณควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดมิเนียม
เรื่องที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกโครงการ
สผ.เตรียมคุมเข้มคอนโด....จัดที่จอดรถ 1 คัน/ยูนิต

 อสังหาฯติดบ่วงสวล.เข้มมาตรฐาน วิ่งวุ่นสภาหอการค้าฯช่วยคลายกฎ

    แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการอสังหาฯ กล่าวว่า การที่คณะกรรมการพิจารณาใบอนุญาตก่อสร้าง ของกระทรวงทรัพยากรฯ นำเรื่อง ปัญหาโลกร้อน มาเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาใบอนุญาต

     ซึ่งพบว่าโครงการอาคารสูงที่ใช้เครื่องปรับอากาศจำนวนมาก จะได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะข้อกำหนดใหม่ได้มีการระบุ ให้มีต้นไม้ใหญ่ 1 ต้นต่อจำนวนเครื่องปรับอากาศ 2 ตัน ข้อกำหนดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อโครงการทำให้พื้นที่ขายลดลง ต้นทุนโดยรวมเพิ่มขึ้น และอาจกระทบต่ออัตราการทำกำไร หากผู้ประกอบการต้องการคงจำนวนหน่วยของยูนิตที่เสนอขายไว้ให้ใกล้เคียงของเดิม ก่อนที่จะมีข้อกำหนดนี้ ผู้ประกอบการจำเป็นที่ต้องมีขนาดที่ดินเพิ่มขึ้นเป็น 3-5 เท่าตัว และที่ดินส่วนเพิ่มต้องปลูกต้นไม้ใหญ่ด้วย สวนทางกับภาวะปัจจุบัน ซึ่งที่ดินขนาดใหญ่ในเมืองก็มีเหลือน้อยมาก ?ข้อกำหนดนี้ทำให้ การพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมกระทบมาก? แหล่งข่าว กล่าว

     ต่อเนื่องจากปัญหาโลกร้อน คือ โครงสร้างอาคารที่รองรับการเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งกฎหมายผังเมืองใหม่ได้เพิ่มข้อกำหนดของอาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 15 ม.ขึ้นไป หรือประมาณ 5 ชั้น จะต้องขออนุญาตก่อสร้าง โดยโครงสร้างจะต้องมีระบบรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวเพิ่ม ซึ่งทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยพื้นที่ที่เข้าข่ายดำเนินการตามข้อกำหนดดังกล่าวมี 22 จังหวัด ซึ่งรวมถึง กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และนครปฐม

วิ่งวุ่นคลายกฎผ่านสภาหอการค้าฯ

    จากผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการอสังหาฯ ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงทางออกร่วมกันจากกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา ผ่านสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย การผลักดันผ่านช่องทางดังกล่าว ส่วนหนึ่งเพราะกลุ่มธุรกิจอสังหาฯยังไม่มีองค์กรที่เป็นของตนเองที่เข้มแข็งพอ โดยเฉพาะสภาที่อยู่อาศัยไทยซึ่งขณะนี้ ยังไม่สามารถจัดตั้งได้อย่างเป็นรูปเป็นร่าง รวมถึงการสรรหาประธานสภาที่อยู่อาศัยคนใหม่ แทนนางวรรณา ตัณฑเกษม ที่หมดวาระลงไปก็ยังไม่ลงตัว

    ก่อนหน้านี้ กลุ่มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ผลักดันให้มีการชะลอกำหนดระยะเวลาการบังคับใช้กฎกระทรวง เกี่ยวกับการตรวจสอบอาคารของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ตั้งคณะทำงานในการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปหารือกับกระทรวงมหาดไทย ถึงแนวทางการปฏิบัติตามกฎกระทรวงดังกล่าว ที่ได้ประกาศใช้เมื่อปี 2548 และให้เวลาเอกชนในการปรับตัวเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะกำหนดให้เจ้าของอาคาร ต้องส่งรายงานการตรวจสอบอาคารประเภทต่างๆ ให้เสร็จภายในวันที่ 29 ธ.ค. 2550 ไม่ผ่าน สวล.โอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้

    นายสันติ บุญประคับ ผู้อำนวยการกองวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีผู้ประกอบการอสังหาฯ ได้หาทางแก้ระยะสั้นแต่ยังคงมีความเสี่ยง เช่น ในเบื้องต้นผู้ประกอบการสามารถขอใบอนุญาตก่อสร้างที่ได้รับรองทางโครงสร้างที่เรียกว่า "39 ทวิ" ได้ ซึ่งจะเพิ่มค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย แม้จะทำให้ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องรอใบรับรองการก่อสร้างจากสวล. ในเบื้องต้น แต่ปัญหาที่ตามมาคือหากก่อสร้างเสร็จ แล้วไม่มีใบอนุญาต สวล. จะไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ และที่ทางออกอีกวิธีหนึ่งที่พบมากสุด คือ ทำโครงการที่มีขนาดเล็กลง คือ มีไม่เกิน 79ยูนิต สูงไม่เกิน 8 ชั้น คอนโดกว่า 2.3 หมื่นล. ติด สวล.

    จากข้อมูลของฝ่ายวิจัยของ บล.นครหลวงไทย ระบุถึงผลสำรวจล่าสุด เมื่อ 14 ม.ค. 2551 พบว่า มีที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม 15 โครงการ ยังไม่ได้รับอนุญาต สวล. คิดเป็นมูลค่า 23,730 ล้านบาท จำนวน 13,631 ยูนิต ดังนี้ คือ

บมจ.แอล.พี.เอ็น. มี 3 โครงการ มูลค่า 4,075 ล้านบาท ซึ่งเปิดขายเมื่อไตรมาส 4/2550
ประกอบด้วย
  1. โครงการ ลุมพินี ประชาชื่น-พงศ์เพชร มูลค่า 1,300 ล้านบาท จำนวน 954 ยูนิต
2.โครงการ ลุมพินี สวีท ปิ่นเกล้า 3 มูลค่า 1,325 ล้านบาท จำนวน 547 ยูนิต และ
3.โครงการ ลุมพินี คอนโดทาวน์ รัตนาธิเบศร์ มูลค่า 1,450 ล้านบาท จำนวน 1,949 ยูนิต
บมจ.พฤกษาฯ มี 2 โครงการ มูลค่า 1,179 ล้านบาท เปิดขายไตรมาส 4/2550 ประกอบด้วย
  1.ไอวี่ สาทร ซ.10 มูลค่า 1,000 ล้านบาท จำนวน 292 ยูนิต
2.โครงการ เดอะ ซีด พหลโยธิน ซ.14 มูลค่า 179 ล้านบาท จำนวน 118 ยูนิต
บมจ. เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ หรือเอพี มี 4 โครงการ มูลค่า 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
  1.โครงการ ไลฟ์ @ สาทร 10 มูลค่า 1,000 ล้านบาท จำนวน 286 ยูนิต เปิดขายเมื่อ ไตรมาส 2/2550
2.โครงการ ไลฟ์ @ รัชดา-สุทธิสาร มูลค่า 1,300 ล้านบาท จำนวน 520 ยูนิต เปิดขายเมื่อไตรมาส 2/2550
3.โครงการ ไลฟ์ @ สุขุมวิท 65 มูลค่า 1,500 ล้านบาท จำนวน 540 ยูนิต เปิดขายเมื่อไตรมาส 3/2550
4.โครงการ ไลฟ์ @ รัชดา-ห้วยขวาง มูลค่า 1,200 ล้านบาท จำนวน 480 ยูนิต เปิดขายเมื่อไตรมาส 3/2550
บมจ.ศุภาลัย มี 3 โครงการมูลค่า 10,126 ล้านบาท ประกอบด้วย
  1. โครงการศุภาลัย พรีเมียร์ สาทร-นราธิวาส มูลค่า 2,076 ล้านบาท จำนวน 630 ยูนิต เปิดขายเมื่อไตรมาส 4/2550
2. โครงการศุภาลัย ปาร์ค เกษตร-นวมินทร์ มูลค่า 2,950 ล้านบาท จำนวน 1,489 ยูนิต เปิดขายเมื่อไตรมาส 4/2550
3. โครงการ ซิตี้ โฮม รัชดา-ปิ่นเกล้า มูลค่า 2,880 ล้านบาท จำนวน 2,033 ยูนิต เป็นต้น
   
   

 



 โฮมเพจ  | บ้านใหม่  | รับสร้างบ้าน  | คอนโดมิเนียม  | บ้านมือสอง  | บ้านเช่า  | ของแต่งบ้าน  | จัดสวนเพื่อบ้านสวย  | สินเชื่อบ้าน | บริการเกี่ยวกับบ้าน  | ดูแลรักษาบ้าน  | สาระน่ารู้คู่บ้าน  | เว็บบอร์ดเพื่อคนรักบ้าน  | เกี่ยวกับ HomeDD  | FAQ  | Site Map  | ติดต่อเรา  | Disclaimer 
เว็บไซต์ในเครือ
www.lh.co.th | www.my1sthome.in.th | www.homedd.com
Best viewed with 800x600 screen resolution on Internet Explorer 5.5 or higher
ติชมแสดงความคิดเห็น :condo@homedd.com
Copyright © 2000 Land & Houses Public Company Limited. All right reserved.