| แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการอสังหาฯ
กล่าวว่า การที่คณะกรรมการพิจารณาใบอนุญาตก่อสร้าง ของกระทรวงทรัพยากรฯ
นำเรื่อง ปัญหาโลกร้อน มาเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาใบอนุญาต
ซึ่งพบว่าโครงการอาคารสูงที่ใช้เครื่องปรับอากาศจำนวนมาก จะได้รับผลกระทบโดยตรง
เพราะข้อกำหนดใหม่ได้มีการระบุ ให้มีต้นไม้ใหญ่ 1 ต้นต่อจำนวนเครื่องปรับอากาศ
2 ตัน ข้อกำหนดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อโครงการทำให้พื้นที่ขายลดลง
ต้นทุนโดยรวมเพิ่มขึ้น และอาจกระทบต่ออัตราการทำกำไร หากผู้ประกอบการต้องการคงจำนวนหน่วยของยูนิตที่เสนอขายไว้ให้ใกล้เคียงของเดิม
ก่อนที่จะมีข้อกำหนดนี้ ผู้ประกอบการจำเป็นที่ต้องมีขนาดที่ดินเพิ่มขึ้นเป็น
3-5 เท่าตัว และที่ดินส่วนเพิ่มต้องปลูกต้นไม้ใหญ่ด้วย สวนทางกับภาวะปัจจุบัน
ซึ่งที่ดินขนาดใหญ่ในเมืองก็มีเหลือน้อยมาก ?ข้อกำหนดนี้ทำให้ การพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมกระทบมาก?
แหล่งข่าว กล่าว
ต่อเนื่องจากปัญหาโลกร้อน คือ โครงสร้างอาคารที่รองรับการเกิดแผ่นดินไหว
ซึ่งกฎหมายผังเมืองใหม่ได้เพิ่มข้อกำหนดของอาคารที่มีความสูงตั้งแต่
15 ม.ขึ้นไป หรือประมาณ 5 ชั้น จะต้องขออนุญาตก่อสร้าง โดยโครงสร้างจะต้องมีระบบรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวเพิ่ม
ซึ่งทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยพื้นที่ที่เข้าข่ายดำเนินการตามข้อกำหนดดังกล่าวมี
22 จังหวัด ซึ่งรวมถึง กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และนครปฐม
| วิ่งวุ่นคลายกฎผ่านสภาหอการค้าฯ
|
จากผลกระทบที่เกิดขึ้น
ผู้ประกอบการอสังหาฯ ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงทางออกร่วมกันจากกฎเกณฑ์ใหม่ๆ
ที่เพิ่มเข้ามา ผ่านสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย การผลักดันผ่านช่องทางดังกล่าว ส่วนหนึ่งเพราะกลุ่มธุรกิจอสังหาฯยังไม่มีองค์กรที่เป็นของตนเองที่เข้มแข็งพอ
โดยเฉพาะสภาที่อยู่อาศัยไทยซึ่งขณะนี้ ยังไม่สามารถจัดตั้งได้อย่างเป็นรูปเป็นร่าง
รวมถึงการสรรหาประธานสภาที่อยู่อาศัยคนใหม่ แทนนางวรรณา ตัณฑเกษม
ที่หมดวาระลงไปก็ยังไม่ลงตัว
ก่อนหน้านี้ กลุ่มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
ได้ผลักดันให้มีการชะลอกำหนดระยะเวลาการบังคับใช้กฎกระทรวง เกี่ยวกับการตรวจสอบอาคารของกระทรวงมหาดไทย
ซึ่งคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ตั้งคณะทำงานในการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปหารือกับกระทรวงมหาดไทย
ถึงแนวทางการปฏิบัติตามกฎกระทรวงดังกล่าว ที่ได้ประกาศใช้เมื่อปี
2548 และให้เวลาเอกชนในการปรับตัวเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะกำหนดให้เจ้าของอาคาร
ต้องส่งรายงานการตรวจสอบอาคารประเภทต่างๆ ให้เสร็จภายในวันที่ 29
ธ.ค. 2550 ไม่ผ่าน สวล.โอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้
นายสันติ บุญประคับ ผู้อำนวยการกองวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีผู้ประกอบการอสังหาฯ ได้หาทางแก้ระยะสั้นแต่ยังคงมีความเสี่ยง
เช่น ในเบื้องต้นผู้ประกอบการสามารถขอใบอนุญาตก่อสร้างที่ได้รับรองทางโครงสร้างที่เรียกว่า
"39 ทวิ" ได้ ซึ่งจะเพิ่มค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย แม้จะทำให้ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องรอใบรับรองการก่อสร้างจากสวล.
ในเบื้องต้น แต่ปัญหาที่ตามมาคือหากก่อสร้างเสร็จ แล้วไม่มีใบอนุญาต
สวล. จะไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ และที่ทางออกอีกวิธีหนึ่งที่พบมากสุด
คือ ทำโครงการที่มีขนาดเล็กลง คือ มีไม่เกิน 79ยูนิต สูงไม่เกิน
8 ชั้น คอนโดกว่า 2.3 หมื่นล. ติด สวล.
จากข้อมูลของฝ่ายวิจัยของ บล.นครหลวงไทย ระบุถึงผลสำรวจล่าสุด เมื่อ
14 ม.ค. 2551 พบว่า มีที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม 15 โครงการ
ยังไม่ได้รับอนุญาต สวล. คิดเป็นมูลค่า 23,730 ล้านบาท จำนวน 13,631
ยูนิต ดังนี้ คือ
บมจ.แอล.พี.เอ็น.
มี 3 โครงการ มูลค่า 4,075 ล้านบาท ซึ่งเปิดขายเมื่อไตรมาส 4/2550
ประกอบด้วย |
| |
1.
โครงการ ลุมพินี ประชาชื่น-พงศ์เพชร มูลค่า 1,300 ล้านบาท จำนวน
954 ยูนิต
2.โครงการ ลุมพินี สวีท ปิ่นเกล้า 3 มูลค่า 1,325 ล้านบาท จำนวน
547 ยูนิต และ
3.โครงการ ลุมพินี คอนโดทาวน์ รัตนาธิเบศร์ มูลค่า 1,450 ล้านบาท
จำนวน 1,949 ยูนิต |
| บมจ.พฤกษาฯ
มี 2 โครงการ มูลค่า 1,179 ล้านบาท เปิดขายไตรมาส 4/2550 ประกอบด้วย
|
| |
1.ไอวี่
สาทร ซ.10 มูลค่า 1,000 ล้านบาท จำนวน 292 ยูนิต
2.โครงการ เดอะ ซีด พหลโยธิน ซ.14 มูลค่า 179 ล้านบาท จำนวน
118 ยูนิต |
| บมจ.
เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ หรือเอพี มี 4 โครงการ มูลค่า 5,000
ล้านบาท ประกอบด้วย |
| |
1.โครงการ
ไลฟ์ @ สาทร 10 มูลค่า 1,000 ล้านบาท จำนวน 286 ยูนิต เปิดขายเมื่อ
ไตรมาส 2/2550
2.โครงการ ไลฟ์ @ รัชดา-สุทธิสาร มูลค่า 1,300
ล้านบาท จำนวน 520 ยูนิต เปิดขายเมื่อไตรมาส 2/2550
3.โครงการ
ไลฟ์ @ สุขุมวิท 65 มูลค่า 1,500 ล้านบาท จำนวน 540 ยูนิต เปิดขายเมื่อไตรมาส
3/2550
4.โครงการ ไลฟ์ @ รัชดา-ห้วยขวาง มูลค่า 1,200 ล้านบาท
จำนวน 480 ยูนิต เปิดขายเมื่อไตรมาส 3/2550 |
| บมจ.ศุภาลัย
มี 3 โครงการมูลค่า 10,126 ล้านบาท ประกอบด้วย |
| |
1.
โครงการศุภาลัย พรีเมียร์ สาทร-นราธิวาส มูลค่า 2,076 ล้านบาท
จำนวน 630 ยูนิต เปิดขายเมื่อไตรมาส 4/2550
2. โครงการศุภาลัย
ปาร์ค เกษตร-นวมินทร์ มูลค่า 2,950 ล้านบาท จำนวน 1,489 ยูนิต
เปิดขายเมื่อไตรมาส 4/2550
3. โครงการ ซิตี้ โฮม รัชดา-ปิ่นเกล้า
มูลค่า 2,880 ล้านบาท จำนวน 2,033 ยูนิต เป็นต้น |
| |
|
| |
|
|